เป็นปี่เป็นขลุ่ย
สํานวนไทย
หมายถึง ถูกคอกัน, เข้ากันได้ดี, เช่น พูดเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
ประเภทสำนวน
"เป็นปี่เป็นขลุ่ย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้กันในภาษาไทย แปลตรงตัวแล้วไม่สื่อความหมายตามที่ต้องการ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการเป่าเครื่องดนตรีประเภทปี่และขลุ่ย ซึ่งผู้เป่าสามารถเป่าให้เกิดเสียงได้ตามที่ต้องการ เปรียบเหมือนคนที่ถูกจูงหรือชักนำไปได้โดยง่าย ตามคำพูดหรือคำสั่งของผู้อื่น โดยไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ยอมทำตามทุกอย่าง เหมือนเครื่องดนตรีที่เปล่งเสียงตามที่คนเป่าต้องการ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เป็นปี่เป็นขลุ่ย" ในประโยค
- เขาเป็นคนไม่มีหลักการ ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด เป็นปี่เป็นขลุ่ยไปตามเขา
- เธอต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง อย่าเพิ่งเป็นปี่เป็นขลุ่ยตามคนอื่นไปหมด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย