เงียบเป็นเป่าสาก
สํานวนไทย
หมายถึง ลักษณะที่เงียบสนิท หรือสถานการณ์ที่ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีเสียงอะไร
ประเภทสำนวน
"เงียบเป็นเป่าสาก" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลความหมายได้ตรงตัว ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะในภาษาไทย ไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรง (สุภาษิต) หรือการเปรียบเทียบที่มีความหมายแฝง (คำพังเพย)
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการเปรียบเทียบกับเป่าสาก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตำข้าวในครกในสมัยก่อน เป็าสากคือไม้รูปทรงกระบอก มีแกนตรงกลาง ใช้กระแทกในครกเพื่อตำข้าว การที่บอกว่าเงียบเหมือนเป่าสาก เพราะเป่าสากเป็นวัตถุที่ไม่มีชีวิต ไม่สามารถส่งเสียงหรือพูดจาได้เลย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เงียบเป็นเป่าสาก" ในประโยค
- เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงโกหก เขาก็เงียบเป็นเป่าสากไม่พูดจาโต้ตอบอะไรเลย
- หลังจากถูกผู้จัดการต่อว่าเรื่องงานผิดพลาด พนักงานคนนั้นถึงกับเงียบเป็นเป่าสาก ไม่กล้าแม้แต่จะอธิบาย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย