หูผีจมูกมด
สํานวนไทย
หมายถึง ไหวตัวทันเหตุการณ์ตลอด
ประเภทสำนวน
"หูผีจมูกมด" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่ไม่สามารถเข้าใจได้จากความหมายตรงตัว ต้องตีความเป็นความหมายพิเศษ ไม่ใช่การสอนโดยตรงและไม่ใช่การเปรียบเทียบที่มีข้อคิดแฝง แต่เป็นการใช้อวัยวะมาเป็นสำนวนเฉพาะเพื่อบ่งบอกลักษณะพิเศษ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีความหมายว่า คนที่รู้เรื่องเร็ว ได้ยินเรื่องไวมาก และมีความไวต่อกลิ่นอายของเรื่องราวต่างๆ มาจากลักษณะของผีที่เชื่อกันว่ามีหูที่ได้ยินไวมาก และมดที่มีความสามารถในการดมกลิ่นและตามรอยได้ดีเยี่ยม เมื่อนำทั้งสองส่วนมารวมกัน จึงหมายถึงคนที่มีประสาทสัมผัสรับรู้ข่าวสารและเรื่องราวได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หูผีจมูกมด" ในประโยค
- ระวังคำพูดหน่อยนะ อาจารย์ใหญ่เป็นคนหูผีจมูกมด ยังไม่ทันได้ร่ำลือ ท่านก็รู้เรื่องเสียก่อนแล้ว
- ฉันไม่เคยบอกใครเลยว่าจะลาออก แต่แม่ของฉันเป็นคนหูผีจมูกมด รู้เรื่องเข้าก่อนที่ฉันจะทันได้พูด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย