หามรุ่งหามค่ำ
สํานวนไทย
หมายถึง หักโหมทั้งวันทั้งคืน
ประเภทสำนวน
"หามรุ่งหามค่ำ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำเฉพาะที่มีความหมายพิเศษไม่สามารถแปลตรงตัวได้ จำเป็นต้องเข้าใจความหมายเฉพาะทางที่ใช้ในภาษาไทย เป็นวลีสั้นๆ บรรยายการกระทำหรือสถานการณ์แบบเฉพาะเจาะจง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการหามคนเจ็บป่วยหรือคนเสียชีวิตไปโรงพยาบาลหรือที่ทำพิธีศพโดยเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น (รุ่งและค่ำ) ซึ่งแสดงถึงความเร่งรีบ ฉุกละหุก และอาจเกิดความเสียหาย เพราะการหามที่ไม่มีการเตรียมตัวหรือวางแผนที่ดี มักจะทำให้เกิดปัญหาหรือความวุ่นวาย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หามรุ่งหามค่ำ" ในประโยค
- งานนี้จัดแบบหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด
- เขาทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพราะไม่เคยเตรียมตัวล่วงหน้า พอถึงเวลาก็ต้องรีบทำให้เสร็จ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย