หัวหกก้นขวิด
สํานวนไทย
หมายถึง อาการที่ทำอะไรตามความพอใจอย่างเต็มที่
ประเภทสำนวน
"หัวหกก้นขวิด" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ เป็นคำที่ต้องตีความเป็นความหมายเฉพาะที่ใช้เรียกอาการหรือการกระทำแบบหนึ่ง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้ใช้อธิบายถึงการทำงานอย่างหนักหรือทุ่มเทพยายามอย่างเต็มที่จนแทบจะพลิกร่างกายคว่ำหงาย เปรียบเหมือนหัวทิ่มลงพื้นและก้นชี้ขึ้นฟ้า หรือหมุนตัวพลิกไปพลิกมา สื่อถึงความพยายามอย่างเต็มกำลังและไม่ย่อท้อ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หัวหกก้นขวิด" ในประโยค
- พ่อต้องทำงานหัวหกก้นขวิดเพื่อหาเงินส่งลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัย
- เธอหัวหกก้นขวิดกับการเตรียมงานแต่งงานมาเป็นเดือน สุดท้ายงานก็ออกมาสวยงามสมความตั้งใจ
- ทีมงานทุกคนต้องหัวหกก้นขวิดทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้เสร็จทันกำหนดส่งมอบโครงการ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย