หมูในอวย
สํานวนไทย
หมายถึง สิ่งที่อยู่ในกำมือ
ประเภทสำนวน
"หมูในอวย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถเข้าใจความหมายได้จากคำตรงตัว ต้องตีความเป็นนัยพิเศษที่ใช้เฉพาะในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีความหมายว่า 'ได้รับผลประโยชน์หรือความสะดวกสบายโดยบังเอิญ โดยไม่ต้องลงแรง' มีที่มาจากการที่คนทำอวยดักปลา แต่มีหมูตกลงไปในอวย แทนที่จะได้ปลาก็ได้หมูซึ่งมีค่ามากกว่า เป็นเรื่องโชคดีที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หมูในอวย" ในประโยค
- ฉันแค่ไปงานเลี้ยงตามมารยาท ไม่นึกว่าจะได้พบนักลงทุนรายใหญ่สนใจธุรกิจของเรา เรียกว่าหมูในอวยจริงๆ
- คุณไม่ได้ตั้งใจจะขายที่ดินตรงนั้น แต่มีคนมาขอซื้อในราคาสูงมาก นี่มันหมูในอวยชัดๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย