ยักกระสอบ
สํานวนไทย
หมายถึง แปลงเปลี่ยน สับเปลี่ยน
ประเภทสำนวน
"ยักกระสอบ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถเข้าใจได้จากการแปลตรงตัว ต้องตีความหมายพิเศษที่ใช้เฉพาะในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบกับการดูมวย เมื่อนักมวยหรือผู้ชมมวยพยายามหลอกล่อให้อีกฝ่ายหลงกล โดยมาจากวิธีการที่นักมวยแกล้งเซหรือแสดงอาการเหมือนเสียหลัก เพื่อล่อให้คู่ต่อสู้เข้ามาโจมตีแล้วจึงโต้กลับ คล้ายกับการยักไหล่หรือตัวเพื่อหลอกล่อ เหมือนการยักกระสอบไปมา
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ยักกระสอบ" ในประโยค
- นักมวยคนนั้นชอบใช้กลยุทธ์ยักกระสอบหลอกให้คู่ต่อสู้เผลอแล้วเข้าไปตี
- อย่าไปหลงกลเขานะ เขาแค่ยักกระสอบหลอกให้เราตายใจเท่านั้นแหละ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย