ยกธงขาว
สํานวนไทย
หมายถึง ยอมแพ้, ยอมจำนน
ประเภทสำนวน
"ยกธงขาว" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ อีกทั้งไม่ใช่คำสอนโดยตรง (สุภาษิต) และไม่ใช่การเปรียบเทียบที่มีข้อคิดแฝง (คำพังเพย) แต่เป็นสำนวนที่ใช้เรียกการกระทำเฉพาะอย่าง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
ธงขาวถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สากลของการยอมแพ้หรือยอมจำนนในสงคราม เมื่อฝ่ายใดชูธงขาวขึ้น แสดงว่าไม่ต้องการสู้รบต่อไปและยอมมอบตัว การ 'ยกธงขาว' จึงกลายเป็นสำนวนที่หมายถึงการยอมแพ้ ยอมจำนน หรือยอมรับความพ่ายแพ้ในสถานการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ยกธงขาว" ในประโยค
- เขาเถียงกับภรรยาไปได้สักพัก สุดท้ายก็ต้องยกธงขาวเพราะเถียงไม่ชนะ
- บริษัทเล็กๆ หลายแห่งต้องยกธงขาวให้กับคู่แข่งรายใหญ่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
- ผมพยายามแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อนี้มาสามชั่วโมงแล้ว ในที่สุดก็ต้องยกธงขาวและไปถามครู
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย