มืออ่อนตีนอ่อน
สํานวนไทย
หมายถึง มีอาการหมดแรงเพราะรู้สึกตกใจ เสียใจ หรือเสียกําลังใจ เป็นต้น อย่างแรงและทันทีทันใด
ประเภทสำนวน
"มืออ่อนตีนอ่อน" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ไม่ใช่คำสอนโดยตรงและไม่มีโครงสร้างเปรียบเทียบชัดเจนเหมือนคำพังเพย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้ใช้อวัยวะร่างกายมาเป็นสัญลักษณ์แทนความไม่มีกำลัง ไม่มีเรี่ยวแรง หรือความอ่อนแอ จากความหมายพื้นฐานที่มือและเท้าเป็นอวัยวะสำคัญในการทำงาน เมื่อมือและเท้าอ่อนแรง จึงหมายถึงสภาพที่ไม่มีกำลังวังชา ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่
ตัวอย่างการใช้สำนวน "มืออ่อนตีนอ่อน" ในประโยค
- พอได้ยินว่าต้องวิ่งขึ้นเขา ฉันถึงกับมืออ่อนตีนอ่อนทันที เพราะไม่เคยออกกำลังกายเลย
- เมื่อเห็นข้อสอบยากเกินคาด นักเรียนหลายคนถึงกับมืออ่อนตีนอ่อน ไม่กล้าลงมือทำ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย