พร้าขัดหลังเล่มเดียว
สํานวนไทย
หมายถึง คนดีถ้าขยันก็ตั้งตัวได้
ประเภทสำนวน
"พร้าขัดหลังเล่มเดียว" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถเข้าใจได้จากความหมายตรงตัว ต้องตีความเป็นความหมายเฉพาะ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการใช้พร้า (มีด) เล่มเดียวขัดกับด้านหลังของตนเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นไปไม่ได้หรือทำได้ยากมาก เพราะคนเราไม่สามารถเห็นหรือเข้าถึงส่วนหลังของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ สำนวนนี้จึงใช้เปรียบเทียบถึงคนที่ต้องทำงานคนเดียว ไม่มีใครช่วย ต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง
ตัวอย่างการใช้สำนวน "พร้าขัดหลังเล่มเดียว" ในประโยค
- แม่บ้านคนนี้ทำงานเหมือนพร้าขัดหลังเล่มเดียว ทั้งดูแลบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้า และดูแลเด็กๆ โดยที่สามีไม่ช่วยอะไรเลย
- หัวหน้าฝ่ายคนใหม่ทำงานแบบพร้าขัดหลังเล่มเดียว ทำทุกอย่างเองหมดไม่กล้ามอบหมายงานให้ลูกน้อง จนงานล้นมือไปหมด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย