บอกหนังสือสังฆราช
สํานวนไทย
หมายถึง สอนสิ่งที่เขารู้ดีอยู่แล้ว
ประเภทสำนวน
"บอกหนังสือสังฆราช" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย ซึ่งหมายถึงการพูดสอนหรือแนะนำผู้ที่รู้หรือเชี่ยวชาญมากกว่า
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการที่บุคคลธรรมดาไปสอนหรือบอกความรู้แก่สังฆราช ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่ทรงความรู้สูงในทางพระพุทธศาสนา มีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกและหลักธรรมคำสอนอยู่แล้ว จึงเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเป็นการแสดงความไม่รู้จักกาลเทศะ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "บอกหนังสือสังฆราช" ในประโยค
- อย่าไปแนะนำเรื่องกฎหมายกับอาจารย์คนนั้นเลย เขาเป็นอดีตผู้พิพากษา เราไปบอกหนังสือสังฆราชแบบนี้ เขาต้องขำแน่ๆ
- การที่เด็กฝึกงานพยายามสอนวิธีวิเคราะห์ตลาดให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่มีประสบการณ์มา 20 ปี นับว่าเป็นการบอกหนังสือสังฆราชอย่างชัดเจน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย