น้ำบ่อน้อย
สํานวนไทย
หมายถึง น้ำลาย
ประเภทสำนวน
"น้ำบ่อน้อย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ มีความหมายเฉพาะในภาษาไทยที่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเทียบว่า ในบ่อน้ำขนาดเล็กที่มีน้ำน้อย เมื่อมีสิ่งใดก็ตามมากระทบผิวน้ำ ย่อมเกิดคลื่นและความปั่นป่วนได้ง่ายกว่าบ่อน้ำใหญ่ เปรียบเหมือนคนที่มีความอดทนต่ำ หรือมีจิตใจไม่หนักแน่น ก็จะโกรธหรือหงุดหงิดได้ง่าย เปรียบคนขี้โมโห ใจร้อน วู่วาม ที่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "น้ำบ่อน้อย" ในประโยค
- เขาเป็นคนน้ำบ่อน้อย ใครพูดอะไรนิดหน่อยก็โกรธแล้ว
- อย่าไปล้อเขาเล่นนะ เขาเป็นคนน้ำบ่อน้อย จะโมโหเอาได้
- ผู้บริหารที่น้ำบ่อน้อย มักจะไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากทีมงาน เพราะทุกคนเกรงกลัวอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย