น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง
สํานวนไทย
หมายถึง พูดมากแต่ได้เนื้อหาสาระน้อย
หมายถึง พูดมากได้สาระน้อย
ประเภทสำนวน
"น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษไม่สามารถเข้าใจได้จากการแปลตรงตัว ต้องอาศัยการตีความความหมายเฉพาะทางวัฒนธรรมไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้ใช้ภาพของน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งที่เห็นเพียงยอดผักบุ้งโผล่พ้นน้ำอยู่เล็กน้อย ลักษณะ 'โหรงเหรง' คือลีบเล็กโผล่เป็นจุดๆ เปรียบเปรยถึงชายที่มีหนวดเคราขึ้นไม่เต็มที่ ไม่ดก เป็นเส้นๆ ประปราย ดูไม่เรียบร้อย หรือใช้เปรียบเปรยคนที่มีลักษณะผอมสูง กระจัดกระจาย ดูไม่สมส่วน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง" ในประโยค
- หนุ่มคนนั้นหน้าตาดีแต่เคราขึ้นน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงไม่น่าดูเลย
- เขาโกนหนวดไม่เรียบร้อย เหลือเคราเป็นแนวน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ดูแล้วรุงรัง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
ประเภทสำนวน
"น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่ไม่สามารถแปลความหมายได้ตรงตัว ต้องทำความเข้าใจความหมายเฉพาะ ไม่ใช่คำสอนโดยตรง (สุภาษิต) และไม่มีโครงสร้างการเปรียบเทียบพฤติกรรมที่ชัดเจน (คำพังเพย)
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้หมายถึง คนที่แสดงอาการหวาดกลัวหรือหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดอาการสั่นเทิ้ม มีที่มาจากลักษณะของต้นผักบุ้งที่ขึ้นอยู่ในที่น้ำท่วมหรือชื้นแฉะ เมื่อมีลมพัดผ่าน จะทำให้ยอดผักบุ้งสั่นไหวไปมา ลักษณะโหรงเหรง (คำเลียนเสียง) จึงถูกนำมาเปรียบกับอาการตกใจกลัวของคน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง" ในประโยค
- เมื่อรู้ว่าต้องขึ้นพูดบนเวที เขาถึงกับน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ขาสั่นไปหมด
- ทั้งที่แกล้งทำเป็นกล้า แต่พอเจอผู้ใหญ่เรียกไปคุย เธอก็น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงเลย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย