ตาสีตาสา
สํานวนไทย
หมายถึง คนบ้านนอกไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมคนในเมือง
ประเภทสำนวน
"ตาสีตาสา" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'ตาสีตาสา' เป็นคำเรียกชาวบ้านธรรมดาหรือสามัญชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะต่ำต้อยหรือมีการศึกษาน้อย ทำมาหากินโดยใช้แรงงาน ในอดีตหมายถึงชาวไร่ชาวนาหรือคนทำงานที่มีฐานะยากจน ซึ่งมักมีร่างกายเปื้อนเหงื่อและดิน ทำให้ดูมอมแมม ไม่สะอาดสะอ้าน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ตาสีตาสา" ในประโยค
- นโยบายนี้มุ่งช่วยเหลือประชาชน ตาสีตาสา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- อย่าคิดว่าคนเป็น ตาสีตาสา จะไม่มีความรู้ หลายคนมีภูมิปัญญาที่สั่งสมมามากกว่าคนเรียนสูงๆ เสียอีก
- การเมืองสมัยนี้ต้องฟังเสียงของ ตาสีตาสา ด้วย ไม่ใช่ฟังแต่กลุ่มนายทุน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย