ตัดญาติขาดมิตร
สํานวนไทย
หมายถึง ตัดขาดจากกัน
ประเภทสำนวน
"ตัดญาติขาดมิตร" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง ไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรง (จึงไม่ใช่สุภาษิต) และไม่ได้มีลักษณะเปรียบเทียบหรือเปรียบเปรย (จึงไม่ใช่คำพังเพย) แต่เป็นการเรียกพฤติกรรมหรือการกระทำบางอย่างที่มีความหมายเฉพาะในวัฒนธรรมไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้หมายถึง การตัดขาดความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ไม่ติดต่อหรือเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นการแสดงถึงการแยกตัวออกจากกลุ่มคนที่เคยสนิทสนมหรือมีความผูกพันกันมาก่อน อาจเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้ง ความขัดแย้ง หรือมีเหตุให้ไม่พอใจกัน จนถึงขั้นที่ไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ต่อกันอีก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ตัดญาติขาดมิตร" ในประโยค
- หลังจากพี่น้องแย่งมรดกกัน ทั้งสองฝ่ายก็ตัดญาติขาดมิตรกัน ไม่เคยมาร่วมงานบุญในครอบครัวอีกเลย
- เขาตัดญาติขาดมิตรกับทุกคนในหมู่บ้านหลังจากมีเรื่องขัดแย้งเรื่องที่ดิน ไม่พูดคุยกับใครอีกเลย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย