ตะเภาเดียวกัน
สํานวนไทย
หมายถึง พวกเดียวกัน อย่างเดียวกัน
ประเภทสำนวน
"ตะเภาเดียวกัน" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้และต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย ซึ่งหากพิจารณาตามความหมายตรงตัวของคำ จะไม่สามารถเข้าใจได้ทันที
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการเปรียบเทียบกับเรือ โดย 'ตะเภา' หมายถึงไม้กระดานที่ประกอบขึ้นเป็นลำเรือ เมื่อนำมาประกอบกันเป็นเรือลำเดียวกัน จึงเปรียบได้กับคนที่อยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกัน มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ตะเภาเดียวกัน" ในประโยค
- นักการเมืองพรรคนี้พยายามแสดงว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ความจริงพวกเขาก็เป็นตะเภาเดียวกันทั้งนั้น
- ถึงผู้บริหารบริษัทจะมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่เมื่อเจอปัญหาภายนอก พวกเขาก็ยังเป็นตะเภาเดียวกัน ช่วยกันปกป้ององค์กร
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย