ดอกทอง
สํานวนไทย
ประเภทสำนวน
"ดอกทอง" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
'ดอกทอง' เป็นสำนวนที่หมายถึง 'รอยฟกช้ำหรือรอยเขียวคล้ำ' ที่เกิดจากการถูกตี ถูกกระแทก หรือได้รับบาดเจ็บ เรียกว่า 'ดอกทอง' อาจเพราะรอยฟกช้ำมักมีสีเขียวปนเหลืองคล้ายสีทอง และมีลักษณะเป็นวงกลมหรือรูปร่างไม่แน่นอนคล้ายดอกไม้
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ดอกทอง" ในประโยค
- เด็กคนนั้นตกจากต้นไม้ ตามตัวเต็มไปด้วยดอกทอง
- เธอโดนแฟนทุบตีจนมีดอกทองเต็มแขน น่าสงสารมาก
- ดูดอกทองตามตัวหนูสิ นี่แหละผลของการไปเล่นซนกับเพื่อนจนล้ม
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย