คว่ำบาตร
สํานวนไทย
หมายถึง ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย
ประเภทสำนวน
"คว่ำบาตร" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นถ้อยคำที่มีความหมายเฉพาะไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องตีความเป็นพิเศษ เป็นวลีสั้นๆ ที่มีความหมายเฉพาะในภาษาไทย ไม่ใช่คำสอนโดยตรง (จึงไม่ใช่สุภาษิต) และไม่ใช่การเปรียบเทียบ (จึงไม่ใช่คำพังเพย)
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีความหมายว่า การไม่คบหาสมาคมด้วย การตัดความสัมพันธ์ ไม่มีปฏิสัมพันธ์หรือติดต่อกับฝ่ายที่ถูกคว่ำบาตร มีที่มาจากวัฒนธรรมพุทธศาสนา เมื่อพระสงฆ์ทำผิดวินัย สงฆ์จะลงโทษโดยการคว่ำบาตร ไม่รับบิณฑบาตจากพระรูปนั้น เป็นการตัดขาดจากหมู่คณะ ปัจจุบันขยายความหมายไปถึงการงดสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจหรือการทูตระหว่างประเทศ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "คว่ำบาตร" ในประโยค
- สหภาพแรงงานได้ประกาศคว่ำบาตรสินค้าจากบริษัทที่ละเมิดสิทธิพนักงาน โดยขอให้สมาชิกไม่ซื้อสินค้าจากบริษัทนี้
- หลังจากที่เขาพูดจาไม่ดีกับฉันต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ฉันจึงตัดสินใจคว่ำบาตรเขา ไม่พูดคุยหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ อีก
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย