กินน้ำพริกถ้วยเก่า
สํานวนไทย
หมายถึง อยู่กับเมียคนเดิม
ประเภทสำนวน
"กินน้ำพริกถ้วยเก่า" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นสำนวนที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ เพราะไม่ได้หมายถึงการกินน้ำพริกจริงๆ แต่หมายถึงการกลับไปคบหรือสานสัมพันธ์กับคนเดิม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่มักกินอาหารกับน้ำพริก โดยน้ำพริกที่เหลือจากมื้อก่อนจะถูกเก็บเอาไว้กินในมื้อต่อไป เปรียบเหมือนการกลับไปคบหากับคนเดิมที่ทิ้งไปแล้ว หรือการกลับไปทำงานเก่า อยู่ที่เดิมหลังจากที่เคยออกไปลองที่อื่น
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กินน้ำพริกถ้วยเก่า" ในประโยค
- แม้จะเคยบอกว่าเลิกกับแฟนเก่าแล้ว แต่เธอก็ยังแอบกินน้ำพริกถ้วยเก่าอยู่ดี
- ลาออกจากบริษัทไปได้แค่เดือนเดียว เขาก็กลับมาทำงานที่เดิม นี่เรียกว่ากินน้ำพริกถ้วยเก่าชัดๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย