กินน้ำพริกก้นถ้วย
สํานวนไทย
หมายถึง จำเจ จืดชืด ขาดความแปลกใหม่ แลดูน่าเบื่อ
ประเภทสำนวน
"กินน้ำพริกก้นถ้วย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ จะต้องทราบความหมายพิเศษที่กำหนดไว้ ไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบแบบคำพังเพย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้หมายถึง การได้รับส่วนแบ่งหรือผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย หรือได้รับส่วนที่เหลือสุดท้าย อาจหมายถึงการได้รับโอกาสหรือส่วนแบ่งน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่มาของสำนวนมาจากการกินอาหารร่วมกัน โดยคนที่มากินทีหลังมักจะเหลือแค่น้ำพริกก้นถ้วย ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือน้อยนิดและไม่ค่อยดี
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กินน้ำพริกก้นถ้วย" ในประโยค
- น้องคนเล็กมักจะได้เสื้อผ้าเก่าๆ จากพี่ๆ มาใส่ต่อ เรียกว่าต้องกินน้ำพริกก้นถ้วยมาตลอดชีวิต
- พนักงานที่เข้ามาทำงานทีหลังในช่วงปลายปี มักจะได้โบนัสกินน้ำพริกก้นถ้วย ไม่เต็มเหมือนคนอื่น
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย