กันท่า
สํานวนไทย
หมายถึง กีดกันไม่ให้ผู้อื่นได้ประโยชน์
ประเภทสำนวน
"กันท่า" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายเฉพาะในภาษาไทย ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ไม่ใช่คำสอนโดยตรง (จึงไม่ใช่สุภาษิต) และไม่ใช่การเปรียบเทียบที่ต้องตีความ (จึงไม่ใช่คำพังเพย)
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'กันท่า' หมายถึง การแสดงอาการที่ป้องกันไว้ก่อน ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดหรือติดต่อสัมพันธ์ด้วย เป็นการแสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตร หวาดระแวง หรือห่างเหิน เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาถึงตัวได้ง่ายๆ มีที่มาจากวิชามวยหรือการต่อสู้ ที่ต้องกันท่าคู่ต่อสู้ไว้ก่อน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กันท่า" ในประโยค
- เธอพยายามจะเข้าไปทำความรู้จักกับกลุ่มรุ่นพี่ แต่พวกเขากันท่าไว้ตลอด ไม่ยอมให้เข้ากลุ่มง่ายๆ
- ตั้งแต่มีข่าวลือว่าจะมีการปรับตำแหน่ง ทีมงานในแผนกก็เริ่มกันท่ากับพนักงานใหม่ที่เพิ่งย้ายมา
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย