แผ่นดินกลบหน้า
คำพังเพย
หมายถึงตาย.
ประเภทสำนวน
"แผ่นดินกลบหน้า" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำเปรียบเปรยที่ต้องตีความเพิ่มเติม มีความหมายแฝงถึงความรู้สึกอับอายหรือขายหน้ามาก ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่สำนวนที่มีความหมายพิเศษที่แปลตรงตัวไม่ได้
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
มาจากความคิดที่ว่าเมื่อคนเรารู้สึกอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง ก็อยากจะหลบซ่อนหน้า หรือไม่อยากเผชิญหน้ากับใคร เปรียบเสมือนอยากให้แผ่นดินแยกออกแล้วกลบหน้าตัวเองไว้ เพื่อไม่ต้องเจอผู้คน สะท้อนความรู้สึกอับอายขั้นรุนแรงที่สุด
ตัวอย่างการใช้สำนวน "แผ่นดินกลบหน้า" ในประโยค
- หลังจากที่เขาแอบนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวและถูกจับได้ ตอนนี้เขารู้สึกแผ่นดินกลบหน้า ไม่กล้าพบใครเลย
- การที่ลูกชายคนเดียวของเขาไปขโมยของในร้านสะดวกซื้อ ทำให้เขารู้สึกแผ่นดินกลบหน้า ไม่กล้าออกไปไหนมาไหนในหมู่บ้านอีกเลย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ