เลือดในอก
คำพังเพย
หมายถึงลูก
ประเภทสำนวน
"เลือดในอก" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำที่มีการเปรียบเทียบและต้องตีความเพิ่มเติม โดยเปรียบความเจ็บปวดภายในใจกับเลือดที่อยู่ในอก ไม่ใช่คำสอนโดยตรง และต้องตีความความหมายแฝง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
คำพังเพยนี้เป็นการเปรียบเทียบความเจ็บปวดทางจิตใจที่ซ่อนอยู่ภายใน เหมือนกับมีเลือดอยู่ในอก หมายถึงความทุกข์ทรมานหรือเจ็บปวดที่ไม่แสดงออกมาให้คนภายนอกเห็น เป็นความเจ็บปวดที่เก็บงำไว้ในใจ โดยเฉพาะความเจ็บปวดที่เกิดจากคนที่เรารักหรือใกล้ชิด
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เลือดในอก" ในประโยค
- พ่อแม่ต้องเป็นเลือดในอกทุกครั้งที่เห็นลูกประพฤติตัวไม่ดี แต่ก็ไม่กล้าตำหนิเพราะกลัวลูกจะเกลียด
- เธอต้องเป็นเลือดในอกแน่ๆ ที่ต้องยิ้มรับคำขอบคุณจากเพื่อนร่วมงานที่แอบเอาผลงานของเธอไปอวดหัวหน้า
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ