เรือล่มในหนองทองจะไปไหน
คำพังเพย
ประเภทสำนวน
"เรือล่มในหนองทองจะไปไหน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบที่แฝงความหมายเชิงสอน ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนตรงๆ และไม่ใช่วลีที่มีความหมายเฉพาะแบบสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากสถานการณ์เปรียบเทียบ หากเรือล่มในหนองน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำปิด มีขอบเขตจำกัด ทองหรือทรัพย์สินที่จมลงไปก็ย่อมไม่สูญหาย สามารถงมหรือค้นหาได้ไม่ยาก เพราะบริเวณจำกัด ไม่เหมือนล่มในแม่น้ำหรือทะเลที่กว้างใหญ่
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เรือล่มในหนองทองจะไปไหน" ในประโยค
- แม้ธุรกิจร้านอาหารในครอบครัวเราจะขาดทุน แต่เรือล่มในหนองทองจะไปไหน เรายังมีญาติพี่น้องที่คอยช่วยเหลือกัน
- เขาหย่ากับสามี แต่ยังอยู่ร่วมละแวกเดียวกับครอบครัวฝ่ายสามี ก็เหมือนเรือล่มในหนองทองจะไปไหน เพราะต้องเจอหน้ากันอยู่ดี
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ