เก็บดอกไม้ร่วงต้น
คำพังเพย
หมายถึงเคยทำบุญกุศลร่วมกันมาแต่]ชาติปางก่อนจึงมาอยู่ร่วมกันในชาตินี้
ประเภทสำนวน
"เก็บดอกไม้ร่วงต้น" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเทียบการกระทำบางอย่างกับการเก็บดอกไม้ที่ร่วงหล่นใต้ต้น มีลักษณะเป็นการเปรียบเปรยที่ต้องตีความเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจความหมายแฝง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการเก็บดอกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นแล้ว ซึ่งหมายถึงการเลือกคู่ครองที่อยู่ใกล้ตัวหรือคนที่มีความคุ้นเคยกันมาก่อน เช่น เพื่อนบ้าน คนในละแวกเดียวกัน หรือญาติที่ห่างๆ มาเป็นคู่ครอง แทนที่จะไปหาคู่ครองจากที่ไกลๆ หรือที่ไม่คุ้นเคย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เก็บดอกไม้ร่วงต้น" ในประโยค
- คู่ของนิดกับนายเอกเป็นการเก็บดอกไม้ร่วงต้น พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก
- ครอบครัวฉันกับครอบครัวของสามีเป็นเพื่อนกันมานาน พอฉันโตขึ้นก็ได้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อนแม่ เรียกได้ว่าเป็นการเก็บดอกไม้ร่วงต้น
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ