หัวล้านได้หวี
คำพังเพย
หมายถึงคนที่มีสิ่งที่ตัวเองใช้ประโยชน์ไม่ได้
ประเภทสำนวน
"หัวล้านได้หวี" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความที่เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่ได้สิ่งของที่ไม่มีประโยชน์สำหรับผู้ได้รับ มีลักษณะเป็นการเปรียบเทียบที่ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่คำเฉพาะที่แปลตรงตัวไม่ได้แบบสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากความไม่สอดคล้องระหว่างผู้รับกับสิ่งของที่ได้รับ คนหัวล้านไม่มีผมจึงไม่จำเป็นต้องใช้หวี การได้หวีมาจึงไม่เกิดประโยชน์อะไร เปรียบเทียบกับการที่คนได้รับสิ่งของหรือโอกาสที่ไม่เหมาะสมกับตนเองหรือไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ขณะที่อาจมีคนอื่นที่ต้องการสิ่งนั้นมากกว่า
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หัวล้านได้หวี" ในประโยค
- แจกแท็บเล็ตให้คุณยายวัย 90 ปีที่ไม่เคยใช้เทคโนโลยีก็เหมือนหัวล้านได้หวี เธอไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
- การให้ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไอทีกับคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เลยก็เหมือนหัวล้านได้หวี นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้วยังอาจเกิดความเสียหายด้วย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ