หัวนอนปลายตีน
คำพังเพย
หมายถึงหลักแหล่ง, ที่ต่ำที่สูง
ประเภทสำนวน
"หัวนอนปลายตีน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำเปรียบเปรยถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกัน ขัดแย้งกัน ไม่ถูกกัน จนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น ต้องตีความเพิ่มเติมจากการเปรียบเทียบ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
มาจากลักษณะการนอนของคนสองคนที่นอนในทิศทางตรงข้ามกัน คือฝ่ายหนึ่งวางศีรษะไว้ทางหนึ่ง อีกฝ่ายวางศีรษะไว้อีกทางหนึ่ง ทำให้เท้าของคนหนึ่งอยู่ใกล้ศีรษะของอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นการนอนที่ไม่สุภาพและไม่น่าพึงพอใจ สะท้อนถึงความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หัวนอนปลายตีน" ในประโยค
- แม่น้องเขากับแม่ของฉันเป็นหัวนอนปลายตีนกันมานาน พอเจอหน้ากันทีไรก็ต้องมีเรื่องทุกที
- พี่น้องที่เคยรักกันดี กลับกลายเป็นหัวนอนปลายตีนกันเพราะเรื่องมรดก
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ