หนอนบ่อนไส้
คำพังเพย
หมายถึงฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาทำทีเป็นพวกเพื่อบ่อนทำลาย, คนใกล้ชิด หรือพวกเดียวกันที่คิดทรยศไปเข้าพวก และคอยช่วยเหลือฝ่ายตรงข้าม
ประเภทสำนวน
"หนอนบ่อนไส้" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเปรยพฤติกรรมหรือลักษณะของคนภายในองค์กรหรือสังคมที่ทำลายประโยชน์จากภายใน ต้องตีความเพิ่มเติมจากความหมายแฝง และมีลักษณะเปรียบเทียบ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากธรรมชาติของหนอนที่ชอบชอนไชกินอยู่ภายในผลไม้หรือเนื้อสัตว์ ทำให้สิ่งนั้นเน่าเสียจากภายใน เปรียบเทียบกับคนในองค์กร กลุ่ม หรือประเทศที่คอยบ่อนทำลายผลประโยชน์ของส่วนรวมจากภายใน ทำให้เกิดความเสียหายโดยที่มองจากภายนอกอาจไม่เห็น
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หนอนบ่อนไส้" ในประโยค
- สมาชิกในพรรคบางคนเป็นหนอนบ่อนไส้ คอยส่งข้อมูลลับให้ฝ่ายตรงข้าม
- ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราไว้ใจที่สุดในทีมกลับเป็นหนอนบ่อนไส้ คอยทำลายโครงการจากภายใน
- ต้องระวังพวกหนอนบ่อนไส้ในหน่วยงาน ที่คอยขายข้อมูลให้คู่แข่ง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ