หงายเก๋ง
คำพังเพย
หมายถึงแพ้ราบคาบ แบบหมดรูป สู้ไม่ได้
ประเภทสำนวน
"หงายเก๋ง" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นลักษณะของการเปรียบเปรยที่ไม่ให้คำสอนโดยตรง ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่สามารถเข้าใจความหมายได้จากคำตรงตัว
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'หงายเก๋ง' มีที่มาจากเก๋งหรือกระโจมแบบจีนที่มีหลังคาโค้ง เมื่อล้มหรือพลิกคว่ำจะมีลักษณะเหมือนเรือที่ล่ม หมายถึงการประสบความหายนะ ล้มละลาย หรือพ่ายแพ้อย่างหนัก จนไม่สามารถกู้สถานการณ์กลับคืนมาได้
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หงายเก๋ง" ในประโยค
- ธุรกิจของเขาหงายเก๋งหลังจากลงทุนผิดพลาดครั้งใหญ่
- หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทหลายแห่งต้องหงายเก๋งปิดกิจการไป
- ทีมฟุตบอลที่เคยเป็นแชมป์หงายเก๋งตกชั้นเพราะผลงานย่ำแย่ตลอดทั้งฤดูกาล
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ