สอยดอกฟ้า
คำพังเพย
หมายถึงหมายปองที่จะได้หญิงผู้สูงศักดิ์กว่าตนมาเป็นคู่ครอง.
ประเภทสำนวน
"สอยดอกฟ้า" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความที่เปรียบเปรยถึงการทำในสิ่งที่เกินความสามารถหรือเป็นไปไม่ได้ มีความหมายแฝงที่ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากความเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะสอยหรือเก็บดอกไม้จากฟ้าหรือท้องฟ้า เพราะท้องฟ้าอยู่สูงเกินกว่าที่มือจะเอื้อมถึง ใช้เปรียบเปรยถึงการตั้งความหวังหรือความปรารถนาในสิ่งที่สูงเกินเอื้อม เป็นไปไม่ได้ หรือเกินกำลังความสามารถของตนเอง
ตัวอย่างการใช้สำนวน "สอยดอกฟ้า" ในประโยค
- เธอวางแผนจะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ทั้งที่ภาษาอังกฤษยังไม่ดีเลย นี่มันเหมือนสอยดอกฟ้าชัดๆ
- อย่าคิดสอยดอกฟ้าเลย เงินเดือนแค่นี้จะซื้อบ้านในเมืองหลังใหญ่ ควรวางแผนให้เหมาะกับกำลังของตัวเองก่อน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ