สมน้ำสมเนื้อ
คำพังเพย
หมายถึงพอเหมาะพอดีกัน เช่น ขิงก็ราข่าก็แรง สมน้ำสมเนื้อกันดีแล้ว
ประเภทสำนวน
"สมน้ำสมเนื้อ" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเทียบความเหมาะสมหรือความสอดคล้องระหว่างสิ่งสองสิ่ง ไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรงแบบสุภาษิต แต่เป็นการเปรียบเปรยที่ต้องตีความต่อ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเทียบถึงความเหมาะสมพอดีกัน เหมือนกับอาหารที่ปรุงรสได้พอดี ไม่เค็มหรือจืดเกินไป เปรียบเหมือนคู่ครองหรือสิ่งต่างๆ ที่มีความเหมาะสมกลมกลืนกันดี ทั้งด้านฐานะ การศึกษา ความคิด และบุคลิกลักษณะ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "สมน้ำสมเนื้อ" ในประโยค
- สองสามีภรรยาคู่นี้ สมน้ำสมเนื้อกันดี ทั้งหน้าตา ฐานะ และการศึกษาก็อยู่ในระดับเดียวกัน
- บ้านหลังนี้ราคา สมน้ำสมเนื้อ กับคุณภาพที่ได้ ไม่แพงเกินไปหรือถูกเกินกว่าที่ควรจะเป็น
- การลงทุนในธุรกิจนี้ถือว่า สมน้ำสมเนื้อ กับกำไรที่ได้รับ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ