ลงเรือลำเดียวกัน
คำพังเพย
หมายถึงทำงานร่วมกัน, ร่วมรับผลการกระทำด้วยกัน
ประเภทสำนวน
"ลงเรือลำเดียวกัน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำเปรียบเทียบ มีความหมายเชิงอุปมาอุปไมย ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต แต่ต้องตีความ และไม่ใช่คำที่มีความหมายพิเศษเฉพาะแบบสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเทียบจากสถานการณ์ของคนที่อยู่ในเรือลำเดียวกัน ซึ่งย่อมมีชะตากรรมร่วมกัน หากเรือล่ม ทุกคนก็จะจมน้ำด้วยกัน หรือหากเรือถึงฝั่ง ทุกคนก็จะปลอดภัย เป็นเปรียบเปรยถึงคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกัน หรืออยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ลงเรือลำเดียวกัน" ในประโยค
- เมื่อเราเข้าร่วมธุรกิจนี้แล้ว เราก็ลงเรือลำเดียวกัน ต้องช่วยกันทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
- ทั้งเธอและฉันต่างก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะมาทะเลาะแย่งชิงผลประโยชน์กันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าบริษัทล้ม เราก็ล้มไปด้วยกัน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ