ร้อนผ้าเหลือง
คำพังเพย
หมายถึงอยากสึก (ใช้แก่ภิกษุสามเณร)
ประเภทสำนวน
"ร้อนผ้าเหลือง" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเปรยถึงพฤติกรรมของพระภิกษุที่ไม่สามารถทนอยู่ในสมณเพศได้ จึงต้องลาสิกขาบท เป็นการเปรียบเทียบโดยใช้ความหมายแฝง ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากความเชื่อมโยงกับผ้าเหลืองที่เป็นสัญลักษณ์ของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อบุคคลบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา ต้องนุ่งห่มผ้าเหลือง และปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อบุคคลไม่สามารถอดทนต่อกฎระเบียบ ความเคร่งครัด หรือไม่สามารถละเว้นกิเลสตัณหาได้ จึงเกิดความรู้สึก 'ร้อน' หรือทนอยู่ในสมณเพศไม่ได้ จนต้องสึกออกไป
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ร้อนผ้าเหลือง" ในประโยค
- พระบวชใหม่รูปนั้นอยู่ในวัดได้เพียงเดือนเดียวก็ร้อนผ้าเหลือง ขอลาสิกขาเพราะคิดถึงแฟนมาก
- หลายคนบวชเข้าพรรษา พอใกล้ออกพรรษาก็เริ่มร้อนผ้าเหลือง อยากจะสึกไปใช้ชีวิตปกติ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ