รักเมียเสียเพื่อน
คำพังเพย
หมายถึงชายรักเมียก็จะอยู่ติดบ้าน ไปไหนมาไหนกับเมียตน จึงทำให้ห่างเหินกับเพื่อนไปโดยปริยาย
ประเภทสำนวน
"รักเมียเสียเพื่อน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำที่มีการเปรียบเปรยหรือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการ 'รักเมีย' กับ 'เสียเพื่อน' โดยมีความหมายแฝงที่ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่คำหรือวลีเฉพาะที่แปลตรงไม่ได้เหมือนสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สะท้อนความขัดแย้งระหว่างการให้ความสำคัญกับครอบครัว (เมีย) มากกว่าเพื่อน จนทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนต้องเสียไป เนื่องจากอาจมีการเลือกข้างหรือปฏิเสธการคบหาสมาคมกับเพื่อนเพื่อเอาใจภรรยา หรือหมั่นไส้เพื่อนที่มาชักชวนทำในสิ่งที่ภรรยาไม่ชอบ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "รักเมียเสียเพื่อน" ในประโยค
- พวกเรานัดกันไปเที่ยวแต่มานีไม่ยอมไป เพราะเมียเขาไม่อยากให้ไป นี่แหละรักเมียเสียเพื่อน
- สมศักดิ์เคยสนิทกับเพื่อนๆ แต่พอแต่งงานไปแล้วไม่เคยมาร่วมงานสังสรรค์อีกเลย คงเป็นพวกรักเมียเสียเพื่อนนั่นแหละ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ