ย้อมแมวขาย
คำพังเพย
ประเภทสำนวน
"ย้อมแมวขาย" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบที่มีความหมายแฝงต้องตีความเพิ่มเติม แสดงการเปรียบเปรยพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์โดยการหลอกลวงผู้อื่น
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
มาจากการที่พ่อค้าไม่ซื่อสัตย์นำแมวธรรมดามาย้อมสีให้ดูแปลกตา แล้วขายในราคาที่แพงกว่า ทั้งที่ความจริงเป็นแมวธรรมดาที่ไม่มีค่า แสดงถึงการหลอกลวงผู้ซื้อเพื่อให้ได้ราคาดี ใช้เปรียบเทียบกับพฤติกรรมที่หลอกลวง ปลอมแปลง หรือแต่งเติมสิ่งของให้ดูมีค่ากว่าความเป็นจริงเพื่อหลอกลวงผู้อื่น
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ย้อมแมวขาย" ในประโยค
- ผู้ขายคนนี้ชอบย้อมแมวขาย เอารถเก่ามาทำสีใหม่แล้วขายในราคาแพงราวกับเป็นรถใหม่
- นายหน้าขายที่ดินรายนั้นชอบย้อมแมวขาย เอาที่ดินในทำเลไม่ดีมาโฆษณาเกินจริงว่าอยู่ในทำเลทอง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ