พลัดที่นาคาที่อยู่
คำพังเพย
หมายถึงพลัดพรากจากถิ่นฐานเดิม, ระหกระเหิน
ประเภทสำนวน
"พลัดที่นาคาที่อยู่" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเปรยถึงสภาพของคนหรือสัตว์ที่ต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดความอึดอัด ลำบาก หรือไม่สบายใจ ไม่ใช่คำสอนโดยตรง แต่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากความเชื่อว่างูเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบก ส่วนนาค (งูใหญ่ในตำนาน) เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ หากงูต้องลงไปอยู่ในน้ำ หรือนาคต้องขึ้นมาอยู่บนบก ต่างก็จะรู้สึกอึดอัด ไม่คุ้นเคย และลำบาก เปรียบเสมือนคนที่ต้องไปอยู่ในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "พลัดที่นาคาที่อยู่" ในประโยค
- คนกรุงเทพฯ เมื่อต้องย้ายไปอยู่บนดอยสูงในชนบทห่างไกล ก็เหมือนพลัดที่นาคาที่อยู่ ต้องปรับตัวกับวิถีชีวิตที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
- ผู้บริหารคนนั้นเคยทำงานในบริษัทเอกชนมาตลอด พอมาทำงานราชการเขาเหมือนพลัดที่นาคาที่อยู่ ไม่คุ้นกับระบบและขั้นตอนที่ซับซ้อน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ