น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง
คำพังเพย
หมายถึงพูดมากได้สาระน้อย
ประเภทสำนวน
"น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบสถานการณ์บางอย่างโดยใช้ภาพของธรรมชาติ มีความหมายแฝงที่ต้องตีความ ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่คำเฉพาะที่แปลตรงตัวไม่ได้เหมือนสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม ต้นผักบุ้งที่ปกติชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะกลับดูโหรงเหรง ไม่เจริญงอกงาม เพราะมีน้ำมากเกินไป ใช้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่คนที่ควรจะได้รับประโยชน์จากสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีมากล้น กลับไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ตัวอย่างการใช้สำนวน "น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง" ในประโยค
- ของบประมาณมาหลายร้อยล้าน แต่คนในชุมชนยังยากจนเหมือนเดิม เป็นน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรงจริงๆ
- โรงเรียนได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การสอนมากมาย แต่ผลการเรียนของนักเรียนกลับแย่ลง นี่คือน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรงชัดๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ