ต้นร้ายปลายดี
คำพังเพย
หมายถึงตอนแรกประพฤติตัวไม่ดี แต่ภายหลังกลับสำนึกตัวได้แล้วประพฤติดีตลอดไป
ประเภทสำนวน
"ต้นร้ายปลายดี" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบสถานการณ์ที่มีความหมายแฝง ไม่ใช่คำสอนโดยตรงแบบสุภาษิต แต่ผู้ฟังต้องตีความเพิ่มเติม เป็นการเปรียบเทียบเรื่องจุดเริ่มต้นและจุดจบของเหตุการณ์
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เริ่มต้นไม่ดี มีปัญหา อุปสรรค หรือความยากลำบาก แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยดี หรือมีความสุข ความสำเร็จ สะท้อนแนวคิดเรื่องความอดทนต่อความยากลำบากในช่วงต้น เพราะท้ายที่สุดอาจได้รับผลลัพธ์ที่ดี
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ต้นร้ายปลายดี" ในประโยค
- แม้ว่าตอนเริ่มโครงการทุกอย่างจะวุ่นวายสับสน มีปัญหามากมาย แต่เมื่อถึงขั้นสรุป งานกลับออกมาสมบูรณ์แบบ นับว่าเป็นต้นร้ายปลายดีจริงๆ
- ชีวิตของเธอเป็นต้นร้ายปลายดี เกิดมาในครอบครัวยากจน ลำบากตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความมุมานะจึงประสบความสำเร็จในชีวิต มีฐานะร่ำรวยในบั้นปลาย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ