ตายทั้งเป็น
คำพังเพย
หมายถึงมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส
ประเภทสำนวน
"ตายทั้งเป็น" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำเปรียบเปรยถึงสภาพของคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่เหมือนตายไปแล้วในเชิงจิตใจหรือสถานะทางสังคม ต้องตีความเพิ่มเติมและไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้หมายถึงการที่บุคคลยังมีชีวิตอยู่ทางร่างกาย แต่ไร้ซึ่งคุณค่าหรือความหมายในการดำรงอยู่ อาจเพราะขาดอิสรภาพ ถูกสังคมตัดขาด หมดอนาคต หรือสูญเสียศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง เปรียบเสมือนคนที่ 'ตาย' ไปแล้วในทางจิตใจหรือสถานะทางสังคม แม้ร่างกายยังมีชีวิต
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ตายทั้งเป็น" ในประโยค
- หลังจากถูกสังคมประณามจากเรื่องอื้อฉาว เขาก็เหมือนตายทั้งเป็น ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย
- นักโทษที่ถูกจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้รับการอภัยโทษ บางคนรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น เพราะชีวิตไม่มีความหวังใดๆ เหลืออยู่
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ