ดูตาม้าตาเรือ
คำพังเพย
หมายถึงพิจารณาให้รอบคอบ
ประเภทสำนวน
"ดูตาม้าตาเรือ" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำที่มีลักษณะเปรียบเทียบโดยอ้อม ให้นึกถึงการดูลักษณะของสัตว์และสิ่งของเพื่อตัดสินคุณภาพ ต้องตีความเพิ่มเติมถึงความหมายที่แท้จริง ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่วลีสั้นๆ ที่ไม่สามารถแปลตรงตัวได้อย่างสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการพิจารณาคุณภาพของม้าและเรือผ่านการสังเกตดวงตาของม้าหรือรูปทรงตัวเรือ ซึ่งเป็นวิธีการประเมินแบบดั้งเดิม โดยม้าที่มีดวงตาแจ่มใส มีชีวิตชีวามักเป็นม้าสุขภาพดี มีพละกำลัง และเรือที่มีรูปทรงสวยงามได้สัดส่วนมักเป็นเรือที่มีคุณภาพ แล่นได้ดี สำนวนนี้จึงสื่อถึงการพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ดูตาม้าตาเรือ" ในประโยค
- คุณแม่สอนเสมอว่าเวลาจะเลือกคู่ครองต้องดูตาม้าตาเรือ อย่าตัดสินใจเพียงเพราะรูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น
- การซื้อบ้านหลังใหม่นี้ เราต้องดูตาม้าตาเรือให้ดี ตรวจสอบทั้งโครงสร้าง วัสดุ และสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ครบถ้วน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ