ชาติไก่ชนขนหัวไม่ต้องการ
คำพังเพย
หมายถึงผู้กล้าหาญย่อมไม่ปราถนาเกียรติหรือคำชมเชย
ประเภทสำนวน
"ชาติไก่ชนขนหัวไม่ต้องการ" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นสำนวนเปรียบเทียบลักษณะของบุคคลในเชิงเปรียบเปรย และต้องตีความจากภาพของไก่ชน เพื่อเข้าใจว่าหมายถึงคนประเภทใด จึงเป็นคำพังเพย ไม่ใช่สุภาษิตที่สอนตรงๆ และไม่ใช่สำนวนที่มีความหมายเฉพาะที่ต้องตีความทั้งหมด
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากลักษณะของไก่ชนที่มีความกล้าหาญ ชอบต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะไก่ชนพันธุ์ดีจะมีขนหัวที่แข็งแรงและสวยงาม แต่สำนวนนี้กลับเปรียบว่า 'ไม่ต้องการขนหัว' หมายถึงคนที่มีนิสัยก้าวร้าว ชอบท้าทาย ไม่ยอมใคร แม้ไม่มีฐานะหรืออำนาจสูงก็ตาม มักจะเป็นคนที่หาเรื่องทะเลาะวิวาทโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ชาติไก่ชนขนหัวไม่ต้องการ" ในประโยค
- หนุ่มคนนั้นนิสัยชาติไก่ชนขนหัวไม่ต้องการ ใครพูดอะไรหน่อยก็จะเถียงและอยากมีเรื่องด้วยทุกที
- พอเมาเข้าปั๊บก็กลายชาติไก่ชนขนหัวไม่ต้องการ ชวนคนอื่นตีกันไปทั่ว
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ