กินน้ำไม่เผื่อแล้ง
คำพังเพย
หมายถึงมีเงิน มีของก็ใช้ถลุงเสียจนหมด ไม่ห่วงอนาคตข้างหน้า
ประเภทสำนวน
"กินน้ำไม่เผื่อแล้ง" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำเปรียบเปรยถึงพฤติกรรมการไม่รู้จักวางแผนหรือสำรองไว้ใช้ในยามยาก มีความหมายไม่ตรงตามตัวอักษร ต้องตีความเพิ่มเติม และใช้การเปรียบเทียบพฤติกรรมจากสภาพธรรมชาติ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากสภาพชีวิตในสังคมเกษตรกรรมที่พึ่งพาฤดูกาลและธรรมชาติ เฉพาะการสำรองน้ำไว้ใช้ในยามที่ฝนไม่ตกหรือเกิดภาวะแล้ง การกินน้ำโดยไม่คำนึงถึงอนาคตว่าน้ำอาจขาดแคลนในยามแล้ง จึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่รู้จักประหยัดอดออมหรือวางแผนล่วงหน้า
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กินน้ำไม่เผื่อแล้ง" ในประโยค
- พี่เดือนใช้เงินเดือนหมดก่อนสิ้นเดือนทุกครั้ง เหมือนคนกินน้ำไม่เผื่อแล้งเลย
- ลูกค้าปฏิเสธที่จะซื้อประกันชีวิต บอกว่าตัวเองยังแข็งแรงดี ฉันก็เตือนเขาว่าอย่ากินน้ำไม่เผื่อแล้ง
- การใช้งบประมาณโดยไม่มีเงินสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน เป็นการบริหารแบบกินน้ำไม่เผื่อแล้ง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ