Say กริยา 3 ช่อง (Said, Said): ความหมายและตัวอย่าง
ความหมายและการผันกริยา 3 ช่อง Say
Say ช่อง 3 คือ Said และช่อง 2 คือ Said. คำกริยา Say ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า "กล่าว, พูด, บอก" เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน การทราบกริยา 3 ช่องของ Say เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประโยคภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตหรือเหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
Say เป็นคำกริยาอปกติ (Irregular Verb) ซึ่งหมายความว่ารูปช่องที่ 2 และ 3 ไม่ได้เกิดจากการเติม -ed เหมือนกริยาทั่วไป
ตารางกริยา 3 ช่อง Say
ด้านล่างเป็นตารางกริยา 3 ช่องของ Say แบบ Irregular Verb (กริยาอปกติ) เพื่อให้จดจำและนำไปใช้ได้ถูกต้อง
| ช่องที่ 1 V1 - Base Form |
ช่องที่ 2 V2 - Past Simple |
ช่องที่ 3 V3 - Past Participle |
ความหมาย |
|---|---|---|---|
| Say (เซย์) |
Said (เซด) |
Said (เซด) |
กล่าว, พูด, บอก |
สรุปกริยา 3 ช่อง Say
- แบบ Irregular Verb (ไม่ปกติ):
Say → Said → Said
หลักการใช้กริยา 3 ช่อง Say ในประโยค
ทั้งสามคำกริยานี้ล้วนมีความหมายว่า กล่าว, พูด, บอก แต่มีหลักการใช้ต่างกัน ดังนี้
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 1 ใช้กับปัจจุบัน หรือเมื่อตามหลังกริยาช่วย - เอาไว้เล่าเรื่องราวเท็จจริงทั่วไป
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 2 ใช้อดีต - เอาไว้เล่าเรื่องราวในอดีต
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 3 ใช้กับ Perfect Tense หรือ Passive Voice - เอาไว้เล่าเรื่องราวที่ทำจบไปแล้ว ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต
ตัวอย่างประโยค กริยา 3 ช่อง Say
ลองดูวิธีใช้ say, said, said ในประโยคง่าย ๆ:
ตัวอย่าง Say (ช่อง 1)
- I want to say hello. (ฉันอยากพูดสวัสดี)
- They always say thank you. (พวกเขามักจะพูดขอบคุณ)
ตัวอย่าง Said (ช่อง 2)
- She said goodbye to her friends. (เธอพูดลาเพื่อน ๆ)
- He said he would come later. (เขาพูดว่าเขาจะมาทีหลัง)
ตัวอย่าง Said (ช่อง 3)
- What have you said? (คุณพูดอะไรไปบ้าง?)
- The news was said to be true. (ข่าวนี้ถูกกล่าวว่าเป็นความจริง)
หมายเหตุ
กริยา 3 ช่อง คือ การแบ่งคำกริยาในภาษาอังกฤษออกเป็น 3 ช่อง เพื่อบ่งบอกถึง เหตุการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา แยกเป็น กริยาช่องที่ 1 คือ ปัจจุบัน กริยาช่องที่ 2 คือ อดีต และกริยาช่องที่ 3 คือ คำกริยาที่ใช้ใน Perfect Tense ทุกชนิด และ Passive Voice ด้วย