ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
ความต้องการใช้น้ำของพืช : ความต้องการใช้น้ำชลประทาน ของพืช
ปริมาณการใช้น้ำสูงสุดของพืช : ปริมาณการใช้น้ำของพืชรวมทั้งการคายน้ำของพืช การระเหยของน้ำในแปลงเพาะปลูก คำนวณได้จาการใช้สูตรต่างๆ มีหน่วยเป็น มม./หนึ่งหน่วยทระยะเวลา
บึง : พื้นที่ที่เป็นดินโคลนหรือมีน้ำขังเป็นบริเวณกว้าง มักจะถูกปกคลุมด้วยพืชน้ำ
น้ำที่หุ้มเม็ดดิน : น้ำหรือความชื้นในดินซึ่งจับยึดติดแน่นเป็นเยื่อบาง ๆ รอบเม็ดดิน แรงจับยึดนี้มีมากจนพืชไม่สามารถดูดน้ำไปใช้ได้ และน้ำไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยแรงดึงดูดของโลกและแรงดูดซึม (capillary force) บางทีเรียกว่า hygroscopic moisture
สภาพน้ำขังใต้ผิวดิน : สภาพของดินที่มีน้ำใต้ดินอยู่ในระดับสูงเกือบถึงผิวดิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ผลผลิตลดลงต่ำกว่าปกติ
(ไฟฟ้า) หม้อเก็บกระแสไฟโอบาเซ็ล ซึ่งมีส่วนประกอบคล้ายคลึงกับหม้อไฟ Leclanchc cell กล่าวคือขั้วบวกเป็นตะกั่วล้อมด้วยสิ่งป้องกันพรายน้ำ เป็นวัตถุเหลวของแมงกานิซ ไดอี๊อกไซด์ รวมทั้งวัตถุที่แยกออกได้ด้วยไฟฟ้าอยู่ในรูปวัตถุเหลวของ salammoniac, plaster of paris และแป้งพืช
น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งกลั่นจากพืชสัตว์หรือถ่านหิน ใช้ผสมน้ำมันและทำสี
ที่ดินปลูกพืช : ที่ดินที่ใช้ทำการเพาะปลูกจริงในปีที่รายงาน
แผนการปลูกพืช : แผนการปลูกพืชในรอบแต่ละปี ในพื้นที่ที่กำหนด
น้ำที่พืชนำไปใช้ได้ : น้ำในรูปของความชื้นในดินที่พืชนำไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตเป็นน้ำดูดซึม (capillary water) ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่างความชื้นชลประทาน (field capacity) กับความชื้นที่จุดเหี่ยวเฉาถาวร (permanent wilting point) โดยแสดงอยู่ในรูปของเปอร์เซ็นต์ของน้ำต่อน้ำหนักดินแห้ง หรือปริมาณน้ำต่อหน่วยความลึกของดิน บางทีเรียกว่า available soilmoisture
การจัดการน้ำชลประทานในไร่นา : การจัดการในเรื่องการส่งน้ำ การแพร่กระจายน้ำ การควบคุมตรวจวัดปริมาณน้ำ เพื่อให้แก่พืชตามจำนวนและระยะเวลาที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ
ความหนาแน่นของการปลูกพืช : ความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกในรอบปี โดยจะแสดงให้ทราบเป็นตัวเลข ถ้ามีการปลูกพืชเต็มพื้นที่เพียงครั้งเดียวในรอบปี cropping intensity ในรอบปีนั้นจะเท่ากับ 100