ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
ขดลวดสำหรับเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าตรงเป็นไฟสลับซึ่งมีการพันขดลวดทั้งสองชนิด โดยไม่มีวงจรติดต่อกันระหว่างขดลวดทั้งสอง แต่การทำงานของเซคคันดาริคอยล์ จะทำให้เกิดเหนี่ยวนำกระแสซึ่งกันและกันได้
ขดลวดสำหรับเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าตรงที่มีโวลท์ต่ำ ให้เป็นกระแสสลับมีโวลท์สูง ชนิดที่ประกอบขึ้นด้วยแกนลวดเหล็กยาวและพันด้วยขดลวดเซคคันดาริ และไพรมาริ ทำให้มีความเหนี่ยวนำซึ่งกันและกัน
(กลไก) เกียรว่าง คือเกียรที่ผละจากการประสานเฟือง วึ่งทำให้กลไกเคลื่อนที่เพลาลง แม้ว่าเครื่องยนต์จะกำลัง หมุนอยู่ก็ตาม เช่น ระยะที่ผู้ขับรถเหยียบแป้นคลัชลงไปเพื่อเปลี่ยนเกียรต่าง ๆ ระยะนี้เรียกว่า เกียรว่าง
(ไม้) ชื่อไม้ตระกูล Populus tremuloides หรือ P.grandidentata เป็นต้นไม้สามัญขึ้นอยู่ในส่วนต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา เป็นไม้ที่ไม่สู้มีความสำคัญในวงการค้า นอกจากจะใช้ทำกระดาษ ถ้าเจริญเติบโตจะมีความสูง 40 ถึง 50 ฟิต เปราะมากมีน้ำหนัก 25 ปอนด์ต่อคิวบิคฟุต
(ไม้) ไม้จำพวกสน Abies dalsamen ซึ่งให้ความเขียวสดตลอดปี ลำต้นมีความสูงถึง 40 ถึง 50 ฟิต เป็นไม้เปราะไม่ทน ในวงการค้าไม้มีความนิยมน้อย นอกจากจะใช้ทำต้นคริสมาสออกจำหน่ายในระยะเทศกาลตรุษฝรั่ง
แบบตกแต่งชนิดหนึ่งบนคานเหนือเสาหรือแผ่นฝาผนัง หรือที่ตัวเสาโปนออกมาจากผนัง มีลวดลายหลากชนิด เช่น ไม้เลื้อยเป็นเถา ใบปาล์ม กาน้ำ แจกันรูปสัตว์พิสดาร รูปแบบเหล่านี้มีแหล่งมาจากงานคลาสสิค และได้ทำเลียนแบบ และมีการพัฒนาขึ้นในสมัยเรเนซองส์
(เคมี) กรดแกลลิค ไม่มีสี หรือมีสีเหลืองอ่อน ๆ ลักษณะเป็นผลึกเรียวแหลมหรือเป็นเหลี่ยม (C1H2 (OH3) COOH) น้ำหนักพิกัด 1,694, จุดหลอมละลาย 222 ถึง 240 ดีกรีเซ็นติเกรดซึ่งใช้ในการถ่ายรูป, ทำหมึก, ทำสีย้อม, ยา ฯลฯ
การแกะสลักริมหรือขอบโต๊ะหรือเครื่องเรือนอื่นๆ เป็นลักษณะประจำของเครื่องเรือนไม้โอ๊กสมัยเอลิซาเบธและต้นสมัยจอร์เจียน การแกะสลักแบบนี้เหมาะสมกับงานตกแต่งแบบรอคโคโค และยังใช้กันทั่วไปในงานเครื่องเงินในรัชสมัยวิลเลียมและแมรีอีกด้วย ลวดลายเป็นแบบโค้งนูน
(ไม้) ไม้ตระกูล Platanus เป็นต้นไม้ยืนขนาดใหญ่ ลำต้นมีความสูงถึง 150 ฟิต มีความแข็งปานกลาง น้ำหนัก 38 ปอนด์ต่อคิวบิคฟุต เนื้อไม้ค่อนข้างเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีลายและจุดในเนื้อสวยงามมาก ใช้ทำเครื่องไม้ตกแต่งสวยงามต่าง ๆ เช่น โต๊ะ ตู้ ฯลฯ และทำเป็นรูปไม้อัดใช้ในการสร้างส่วนประกอบเครื่องบิน
การเติมอากาศ: 1. การทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างอากาศกับของเหลว (น้ำ) โดยวิธีหนึ่งวิธีใด ดังนี้ ก. การฉีดหรือพ่นน้ำขึ้นสู่อากาศ ข. การทำให้เกิดฟองอากาศผ่านเข้าไปในน้ำ ค. การกวนน้ำเพื่อให้น้ำดูดซึมอากาศได้มากขึ้น 2. การเติมอากาศเข้าไปในช่องว่างใต้ผิวน้ำด้านล่างในขณะเมื่อน้ำไหลผ่านสันฝาย เพื่อปรับสภาพความกดอากาศต่ำที่กระทำต่อผิวอาคาร 3. วิธีการลดผลกระทบเนื่องจากการกะเทาะของผิวอาคาร โดยการเติมอากาศเข้าไปใน ส่วนที่จะทำให้เกิดการเสียหายนั้น