ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
เจ้าเมือง อย่างว่า ประกอบผู้เจ้ายี่ยินสงวน ปุนแควางหิ่งเมืองกินแล้ว เทพีฟ้าชวนเจืองเอาแพ่ง เจ็ดอู่แก้วธรรม์ต้นลูกแกว (ฮุ่ง).
หิ่ง - เมือง
เรไร อย่างว่า ผ่อเห็นสะพั่งไม้เบื้องดอกดาวประกาย พุ้นเยอ ฟังยินเฮไฮฮันเฮ่งเสียงเฮฮ้อง คับคาค้ายสามมะเห็งอ้ายหาด ล้านเถื่อนถ้องเขียวเช้าค่ำวัน (ฮุ่ง).
เฮ - ไฮ
เจ้าเมืองที่ปกปักรักษาให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข เรียก ฮ่มเมือง อย่างว่า ฟังยินฮื่นฮื่นฟ้าปีใหม่ฮวายเสียง พุ้นเยอ ออระทึมบดฮ่มเมืองแสนท้าง ทุกเชียงย้องนางจอมเป็นยอด เฮืองเฮื่อช้างงาซ้องอยู่โฮง (ฮุ่ง).
ฮม - เมือง
ร้อง เปล่งเสียงดัง เรียก ฮ้อง อย่างว่า ฟังยินโกนโดกฮ้องฮิ่มไฮ่กินไฮ พุ้นเยอ บาศรีเสด็จออกโฮงคนเฝ้า เจืองก็จงใจแก้วโฉมงามง้อมม่วน ผู้ที่เหง้ากระหายฮ้อนคู่ไฟ (ฮุ่ง).
ฮ้อง
คนกลางที่นำข่าวของมหาชนไปสู่รัฐ อย่างว่า ท้าวฮุ่งไขเงื่อนถ้อยถามหมู่ลุงอาว ผายความยินสื่อเมืองฝูงเหง้า บัดนี้เฮาก็ฟันแมนฮ้ายคลาเวียงสะสว่าง เพิงที่เมี้ยนเครื่องเข้าพลล้านลวดลาย ฮู้รือ (ฮุ่ง).
สื่อ - เมือง
ชื่อนกชนิดหนึ่ง ขนสีดำเป็นจุด ๆ เรียก นกงุมงอง นกมุม ก็ว่า อย่างว่า ฟังยินงุมงองเป้าปุงปังเป็ดป่อง ขันแค่ห้วยเหวไม้ลุ่มดอย (สังข์) ดีแต่งุมงองไม้สันภูเทิงเหล่า แซวฮ่ำฮ้องเฮียวไม้ส่งเสียง (ฮุ่ง).
งุม - งอง
เขตเมือง เรียก กงเมือง อย่างว่า มีในเขตขงกงเมืองสิวิราช (เวส) ท้าวก็คอยเห็นกงเมืองชั้นผีหลวงฮ้อยย่าน (สังข์) ข่อยเห็นกงเมืองชั้นจำปายาวย่าน (กา) ฟังยินซว่าซว่า ฮ้องกงราชเป็นจาน (สังข์) คอยเห็นกงเมืองก็พระยาขอมพอผอมผ่อ (ผาแดง)
กง - เมือง
นกเงือกเรียก นกกก นกคอก้าก ก็ว่า อย่างว่า นกกกแลนกแกง ซุมแซงแลคอก่าน ห่านฟ้าแลตะลุม (เวส) ฟันยินเปล้าป่าวฮ้องเฮียงลูก สอนเสียงพุ้นเยอ สองค่อยพากันเก็บเงื่อนลิงเล็งป้อน ฟันยิงแกงกกเค้าคณามุมฮ้องฮ่ำ เจ้าหล้าช้อยฟังย้านสั่นสาย (สังข์).
กก
แกว่ง อย่างว่า ฟังยินลมล่วงต้องไกวกิ่งสาขา พุ้นเยอ สุรภาเบยบ่ายสีแสงส้วย ยุติบั้นสุมณฑาทังไพร่ ไปชมสวนดอกไม้ยอไว้ที่ควร ก่อนแล้ว (สังข์) ดอกหนึ่งสาวบ่าวค้านสงสัยต้นบ่สูงพอไคแค่หน้า ดวงหนึ่งเมื่อลมไหวฮสฮ่วง ลุกทั่วดินแดนฟ้าท่วยไท้ถือวี (ฮุ่ง).
ไกว
วันเสีย วันอาภัพ วันอัปมงคล เรียก วันโลกาวินาส วันโลกาวินาสโบราณให้โฉลกไว้ดังนี้ ทิตย์สี่สัน จันทร์หกฐาน คารสิบสุด พุธสามทัศ พฤหัสแปด ศุกร์เก้า เสาร์หนึ่ง จะทำการอันเป็นมงคลใดๆ ให้เว้นวันโลกาวินาส (ประเพณี).
วัน - โล - กา - วิ - นาด
อุบายเรืองปัญญาเมื่อเจริญสมถกรรมฐานแล้ว กิเลส ๓ จะลดน้อยถอยลง แต่ก็ไม่หมดสิ้นไปจากใจ ต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่ออีก คือ ยกขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฎิจจสมุปบาท ๑๒ ขึ้นมาพิจารณาอีก จนให้เห็นขันธ์ ๕ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย วิราคะหายความกำหนัด วิมุตติความหลุดพ้น วิสุทธิความหมดจดกายและจิต ถึงที่สุดแห่งทุกข์ คือ พระนิพพาน กิเลส ๓ คือ ราคะ โทสะ และโมหะไม่เกิดอีก.
วิ - ปัด - สะ - นา - กำ