ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
พระเป็นเจ้าทรงห่วงใยท่าน ดังนั้น ท่านจงมอบความกังวลทั้งสิ้นไปกับพระองค์
(1เปโตร 5:7)
ข้าพเจ้าจะอธิษฐานภาวนา และร้องหาพระองค์ ทั้งยามเช้า เวลาเที่ยง และยามเย็น แล้วพระองค์จะสดับฟังข้าพเจ้า
(สดุดี 55:17)
ข้าพเจ้าสำนึกอยู่เสมอว่า พระเป็นเจ้าทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้ามากเพียงใด ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอบอกพวกท่านว่า อย่าคิดว่าตัวท่านดีกว่าที่เป็นอยู่จริงๆ จงใช้วิจารณญาณ แล้วจงวัดสภาพของตัวท่านเอง โดยสำนึกว่า พระเป็นเจ้าทรงประทานความเชื่อ ให้แก่ท่านมากมายเพียงใด
(โรม 12:3)
ในข้อนี้ ข้าพเจ้าพยายามประพฤติตามมโนธรรม โดยมิให้กระทำผิดต่อพระเป็นเจ้า และต่อเพื่อนมนุษย์
(กิจการ 24:16)
จงทำให้นายพอใจเสมอ มิใช่เวลาที่ท่านคิดว่านายกำลังมองอยู่ ท่าน คือ ทาสของพระคริสตเจ้า ดังนั้นท่านจงกระทำสิ่งที่พระเป็นเจ้า ทรงปรารถนาจากท่าน ด้วยความเต็มใจ
(เอเฟซัส 6:6)
ให้ความสว่างของท่าน จงฉายแสงต่อหน้ามนุษย์ เขาจะได้เห็นกิจการที่ดีงามของท่าน เขาจะได้ถวายพระเกียรติ แด่พระบิดาเจ้าของท่าน ผู้ประทับอยู่ในสวรรค์
(มัทธิ 5:16)
ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรม และคนอธรรม เพราะทุกเรื่องถูกกำหนดไว้ และการงานทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้ด้วย
(ปัญญาจารย์ 3:17)
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ โปรดรักษาประตูริมฝีปากของข้าพระองค์
(สดุดี 141:3)
เปโตรและสาวกอื่นๆ ตอบว่า เรานอบน้อมเชื่อฟังพระเป็นเจ้าดีกว่ามนุษย์
(กิจการ 5:29)
ข้าพเจ้าได้ให้ตัวอย่างแก่ท่านแล้วในทุกสิ่ง ให้ท่านเห็นว่าการกระทำดังนี้ ท่านจะสามารถช่วยผู้ที่อ่อนแอ ท่านจงรำลึกถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสว่า การให้ย่อมได้บุญมากกว่าการรับ
(กิจการ 20:35)
ศาสนาทำให้คนมั่งมี หากเขาพอใจในสิ่งที่เขามีอยู่ เรามิได้นำอะไรติดตัวมาในโลก และเมื่อจากไป เราก็ไม่สามารถนำเอาอะไรติดตัวไปได้
(1ทิโมธี 6:6,7)
พระเป็นเจ้าจะทรงเข้ามาสาละวนกับเรื่องของมนุษย์ ก็ต่อเมื่อพระองค์ได้รับเชิญเท่านั้น. ดูเถิด เรายืนอยู่และเคาะที่ประตูของท่าน หากท่านได้ยินเสียงของเราแล้วเปิดประตู เราก็จะเข้ามาร่วมรับประทานอาหารกับท่าน
(วิวรณ์ 3:20)