หมายถึงเรื่องราวเกิดขึ้นแล้วก็เงียบหายไปในที่สุด
ประเภทสำนวน
"คลื่นกระทบฝั่ง" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเทียบธรรมชาติของคลื่นทะเลกับลักษณะบางอย่างของมนุษย์ ต้องตีความเพิ่มเติม มีความหมายแฝงที่ไม่ได้ให้คำสอนโดยตรง แต่เป็นการเปรียบเปรยให้เข้าใจสถานการณ์หรือพฤติกรรมบางอย่าง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
เปรียบเปรยถึงเรื่องราวหรือข่าวสารที่แพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถปิดบังหรือเก็บเป็นความลับได้อีกต่อไป เหมือนกับคลื่นในทะเลที่เมื่อเคลื่อนตัวมาถึงฝั่งก็จะแตกกระจายไปทั่ว ไม่สามารถย้อนกลับได้
ตัวอย่างการใช้สำนวน "คลื่นกระทบฝั่ง" ในประโยค
- ปกปิดเรื่องทุจริตไว้ไม่ได้หรอก สุดท้ายมันก็เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ต้องแตกออกมาให้คนรู้จนได้
- ทำไมถึงยอมรับแล้วล่ะ? ก็เพราะข่าวมันเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ปิดบังไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี