Regular Verbs 100 คำสำคัญ พร้อม 4 กฎเติม -ed และการออกเสียง
Regular Verbs 100 คำสำคัญ + 4 กฎเติม -ed พร้อมการออกเสียง [2026]

สรุปสั้น ๆ — Regular Verbs คืออะไร

Regular Verbs (กริยาปกติ) คือกริยาที่ผันรูป V2 และ V3 ตามกฎเติม -ed ที่ท้ายคำ — ต่างจาก Irregular Verbs ที่ผันไม่ตามกฎและต้องท่องจำ

  • Regular: work → worked → worked (V2 = V3 = เติม -ed)
  • Irregular: go → went → gone (ผันต่างกัน — ต้องจำ)

มี 4 กฎหลักในการเติม -ed + 3 แบบการออกเสียง (/t/, /d/, /ɪd/) — เข้าใจกฎเหล่านี้ใช้ได้กับกริยาเป็นพันคำ

100 คำสำคัญ
4 กฎเติม -ed
3 เสียง -ed
~80% ของกริยาทั้งหมด
เปรียบเทียบ Regular Verbs กับ Irregular Verbs — กฎและการผัน
Regular = เติม -ed ตามกฎ (work-worked-worked) / Irregular = ผันไม่ตามกฎ (go-went-gone)

A. Regular Verbs คืออะไร และต่างจาก Irregular Verbs ยังไง

ในภาษาอังกฤษมีกริยา 2 ประเภทใหญ่ — Regular (ผันตามกฎ) และ Irregular (ผันไม่ตามกฎ) — แต่ละแบบมีลักษณะและจำนวนต่างกัน

เกณฑ์ Regular Verbs Irregular Verbs
การผัน V2/V3 เติม -ed ตามกฎ ผันไม่ตามกฎ — ท่องจำ
ตัวอย่าง V1 → V2 → V3 work → worked → worked go → went → gone
จำนวนทั้งหมด ~80% ของกริยาทั้งหมด ~20% ของกริยาทั้งหมด (~200-300 คำ)
ใน Top 100 verbs 54 คำ 46 คำ
ความยากในการเรียน ง่าย — รู้ 4 กฎ ใช้ได้ทั้งหมด ยาก — ต้องท่องจำทีละคำ

ทำไม Regular Verbs สำคัญ — แม้ใช้น้อยกว่า Irregular ใน Top 30

แม้ Top 30 verbs ที่ใช้บ่อยสุดส่วนใหญ่เป็น Irregular แต่เมื่อขยายไปคำที่ใช้น้อยลง Regular Verbs มีจำนวนมากกว่ามาก

  • ในคำกริยาทั้งหมด ~80% เป็น Regular — รู้กฎจะผันได้ทันที
  • คำใหม่ที่เข้ามาในภาษา (จาก technology, slang) ทั้งหมดเป็น Regular เช่น google → googled
  • ใช้ในทุก tense: Past Simple (V2), Present Perfect (V3), Passive Voice (V3)
  • ออกข้อสอบ TOEIC / IELTS / TOEFL มากเช่นกัน — โดยเฉพาะคำกริยาธุรกิจ (submit, complete, approve)

วิธีจำ Regular Verbs ให้ง่ายขึ้น

Regular Verbs จำง่ายกว่า Irregular มาก — เพราะทุกคำผันตามกฎเดียวกัน 4 ข้อ

  • 1. เข้าใจ 4 กฎเติม -ed (ดูใน Section B)
  • 2. ฝึกออกเสียง -ed ให้ถูก (3 แบบ: /t/, /d/, /ɪd/)
  • 3. สังเกต pattern ของคำใหม่ — ส่วนใหญ่ลงท้ายด้วยรูปแบบเดิม ๆ
  • 4. ใช้จริงในประโยค (Past Simple + Present Perfect)
  • ดูเทคนิคเพิ่มเติมที่ 15 เทคนิคจำกริยา 3 ช่อง

ข้อมูลน่ารู้

Regular Verbs ส่วนใหญ่ยืมมาจากภาษาอื่น — โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส ละติน เยอรมัน — เมื่อนำเข้ามาในภาษาอังกฤษจึงผันตามกฎ -ed ที่เป็นมาตรฐาน ส่วน Irregular Verbs เป็นคำเก่าแก่ที่ตกค้างมาจาก Old English (Anglo-Saxon)

B. 4 กฎเติม -ed ท้ายกริยา (ละเอียดทุกกรณี)

การเติม -ed มีกฎตายตัว 4 ข้อ — เข้าใจครั้งเดียวใช้ได้กับกริยา Regular ทุกคำในภาษาอังกฤษ

4 กฎเติม -ed ท้ายกริยา Regular Verbs พร้อมตัวอย่าง
4 กฎเติม -ed — เริ่มจากกฎพื้นฐาน (เติม -ed ตรง ๆ) ไปจนถึงกฎพิเศษ (ซ้ำพยัญชนะ)

กฎที่ 1: V1 ทั่วไป + ed (กฎพื้นฐาน)

เติม -ed ท้ายคำตรง ๆ — ใช้ได้กับกริยา Regular ส่วนใหญ่ (~60% ของ Regular Verbs)

เงื่อนไข

ถ้า V1 ไม่ลงท้ายด้วย -e + ไม่ลงท้ายด้วย consonant+y + ไม่ใช่พยางค์เดียว vowel+consonant → เติม -ed ตรง ๆ

ตัวอย่าง 10 คำ

  • work → worked (ทำงาน)
  • play → played (เล่น)
  • watch → watched (ดู)
  • walk → walked (เดิน)
  • talk → talked (พูดคุย)
  • ask → asked (ถาม)
  • cook → cooked (ทำอาหาร)
  • help → helped (ช่วยเหลือ)
  • open → opened (เปิด)
  • finish → finished (เสร็จสิ้น)

กฎที่ 2: V1 ลงท้าย -e → เติม -d อย่างเดียว

ถ้า V1 ลงท้ายด้วย -e อยู่แล้ว → เติมแค่ -d ตัวเดียว (ไม่ต้องเติม -ed ซ้ำ)

เงื่อนไข

ถ้า V1 ลงท้าย -e (เช่น live, like, hope) → เติม -d อย่างเดียว = lived, liked, hoped (ไม่ใช่ liveed, likeed, hopeed)

ตัวอย่าง 10 คำ

  • live → lived (อาศัย)
  • like → liked (ชอบ)
  • love → loved (รัก)
  • move → moved (ย้าย)
  • hope → hoped (หวัง)
  • smile → smiled (ยิ้ม)
  • dance → danced (เต้น)
  • change → changed (เปลี่ยน)
  • decide → decided (ตัดสินใจ)
  • arrive → arrived (มาถึง)

กฎที่ 3: V1 ลงท้าย consonant + y → เปลี่ยน y เป็น i + ed

ถ้า V1 ลงท้ายด้วย y ที่หน้าเป็นพยัญชนะ → เปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ed

ข้อยกเว้น

ถ้าหน้า y เป็นสระ (a, e, i, o, u) → เติม -ed ตรง ๆ ไม่ต้องเปลี่ยน เช่น play → played, enjoy → enjoyed, stay → stayed

ตัวอย่าง 10 คำ

  • study → studied (เรียน) — ไม่ใช่ studyed
  • cry → cried (ร้องไห้)
  • try → tried (พยายาม)
  • carry → carried (ถือ/แบก)
  • marry → married (แต่งงาน)
  • hurry → hurried (รีบ)
  • copy → copied (ก๊อปปี้)
  • worry → worried (กังวล)
  • reply → replied (ตอบ)
  • apply → applied (สมัคร)

กฎที่ 4: V1 พยางค์เดียว ลงท้าย vowel + consonant → ซ้ำพยัญชนะ + ed

ถ้า V1 พยางค์เดียว + ลงท้ายสระ + พยัญชนะ 1 ตัว → ต้องซ้ำพยัญชนะตัวสุดท้ายก่อนเติม -ed

ข้อยกเว้น

  • ถ้าลงท้ายด้วย w, x, y → ไม่ต้องซ้ำ เช่น show → showed, fix → fixed, play → played
  • คำหลายพยางค์ที่เน้นเสียงพยางค์สุดท้ายก็ต้องซ้ำเช่นกัน เช่น prefer → preferred, refer → referred
  • คำที่ไม่เน้นเสียงพยางค์สุดท้าย ไม่ต้องซ้ำ เช่น open → opened (ไม่ใช่ openned)

ตัวอย่าง 10 คำ

  • stop → stopped (หยุด) — ไม่ใช่ stoped
  • plan → planned (วางแผน)
  • ban → banned (ห้าม)
  • fit → fitted (พอดี)
  • hop → hopped (กระโดด)
  • jog → jogged (วิ่งเหยาะ)
  • chat → chatted (สนทนา)
  • shop → shopped (ช้อปปิ้ง)
  • prefer → preferred (ชอบมากกว่า)
  • occur → occurred (เกิดขึ้น)

สรุป 4 กฎเติม -ed

กฎ 1 (พื้นฐาน): เติม -ed ตรง ๆ — work → worked
กฎ 2 (-e ท้าย): เติม -d อย่างเดียว — live → lived
กฎ 3 (consonant + y): y → i + ed — study → studied
กฎ 4 (vowel + consonant): ซ้ำพยัญชนะ + ed — stop → stopped

เคล็ดลับ: ดูตัวอักษรท้ายคำเป็นหลัก → -e ใช้กฎ 2, -y ใช้กฎ 3 (ถ้าหน้าเป็นพยัญชนะ), พยัญชนะอื่น ๆ พยางค์เดียวใช้กฎ 4 (ถ้าหน้าเป็นสระ), ที่เหลือใช้กฎ 1

C. 100 Regular Verbs จัดตามกฎเติม -ed (4 กลุ่ม)

100 Regular Verbs ที่ใช้บ่อยที่สุด — จัดตาม 4 กฎเติม -ed เพื่อให้เห็นภาพ pattern ชัดเจน เริ่มจากกลุ่มใหญ่สุด (กฎ 1) ไปกลุ่มเล็กสุด (กฎ 4)

ดูรายการ กริยาทั้งหมด 1,000+ คำ (รวม Regular + Irregular) ได้ที่ หน้า A-Z ทุกตัวอักษร

กลุ่มที่ 1: V1 + ed (50 คำ — กลุ่มใหญ่ที่สุด)

กริยาทั่วไปที่เติม -ed ตรง ๆ — ครอบคลุมประมาณ 50% ของ Regular Verbs

# V1 V2 = V3 คำอ่าน ความหมาย
1 work worked เวิร์ค / เวิร์คท์ ทำงาน
2 play played เพลย์ / เพลด์ เล่น
3 watch watched วอทช์ / วอทช์ท์ ดู / เฝ้า
4 walk walked วอล์ค / วอล์คท์ เดิน
5 talk talked ทอล์ค / ทอล์คท์ พูดคุย
6 ask asked แอสค์ / แอสค์ท์ ถาม
7 cook cooked คุค / คุคท์ ทำอาหาร
8 help helped เฮลพ์ / เฮลพ์ท์ ช่วยเหลือ
9 open opened โอเพน / โอเพนด์ เปิด
10 finish finished ฟินิช / ฟินิชท์ เสร็จสิ้น
11 learn learned เลิร์น / เลิร์นด์ เรียนรู้
12 listen listened ลิสเซน / ลิสเซนด์ ฟัง
13 start started สตาร์ท / สตาร์ทเทด เริ่มต้น
14 end ended เอนด์ / เอนเดด จบ / สิ้นสุด
15 wait waited เวท / เวทเตด รอ
16 happen happened แฮพเพน / แฮพเพนด์ เกิดขึ้น
17 answer answered แอนเซอร์ / แอนเซอร์ด์ ตอบ
18 order ordered ออเดอร์ / ออเดอร์ด์ สั่ง
19 visit visited วิซิท / วิซิทเตด เยี่ยม / ไปเที่ยว
20 enter entered เอนเตอร์ / เอนเตอร์ด์ เข้า
21 follow followed ฟอลโลว์ / ฟอลโลว์ด์ ติดตาม
22 allow allowed อะลาว / อะลาวด์ อนุญาต
23 add added แอด / แอดเดด เพิ่ม
24 accept accepted แอคเซพท์ / แอคเซพเทด ยอมรับ
25 paint painted เพนท์ / เพนเทด วาด / ทาสี
26 enjoy enjoyed เอนจอย / เอนจอยด์ สนุก
27 wash washed วอช / วอชท์ ล้าง / ซัก
28 clean cleaned คลีน / คลีนด์ ทำความสะอาด
29 need needed นีด / นีดเดด ต้องการ
30 want wanted วอนท์ / วอนเทด อยาก / ต้องการ
31 call called คอลล์ / คอลล์ด์ เรียก / โทร
32 fix fixed ฟิกซ์ / ฟิกซ์ท์ ซ่อม
33 mix mixed มิกซ์ / มิกซ์ท์ ผสม
34 stay stayed สเตย์ / สเตย์ด์ อยู่ / พัก
35 pull pulled พุล / พุลล์ด์ ดึง
36 push pushed พุช / พุชท์ ผลัก
37 mail mailed เมล / เมลด์ ส่งไปรษณีย์
38 report reported รีพอร์ท / รีพอร์ทเทด รายงาน
39 record recorded รีคอร์ด / รีคอร์ดเดด บันทึก
40 expect expected เอกซ์เพคท์ / เอกซ์เพคเทด คาดหวัง
41 respect respected รีสเพคท์ / รีสเพคเทด เคารพ
42 confirm confirmed คอนเฟิร์ม / คอนเฟิร์มด์ ยืนยัน
43 consider considered คอนซิเดอร์ / คอนซิเดอร์ด์ พิจารณา
44 recommend recommended เร็คเคอเมนด์ / เร็คเคอเมนเดด แนะนำ
45 remember remembered รีเมมเบอร์ / รีเมมเบอร์ด์ จำได้
46 count counted เคานท์ / เคานเทด นับ
47 perform performed เพอร์ฟอร์ม / เพอร์ฟอร์มด์ แสดง / ทำ
48 mention mentioned เมนชัน / เมนชันด์ กล่าวถึง
49 develop developed ดีเวลลอพ / ดีเวลลอพท์ พัฒนา
50 attempt attempted อะเทมพ์ท์ / อะเทมพ์เทด พยายาม

กลุ่มที่ 2: V1 ลงท้าย -e + d (25 คำ)

กริยาที่ลงท้ายด้วย -e อยู่แล้ว ต้องเติมแค่ -d

# V1 V2 = V3 คำอ่าน ความหมาย
1 live lived ลิฟ / ลิฟด์ อาศัยอยู่
2 like liked ไลค์ / ไลค์ท์ ชอบ
3 love loved ลัฟ / ลัฟด์ รัก
4 move moved มูฟ / มูฟด์ ย้าย / เคลื่อน
5 hope hoped โฮพ / โฮพท์ หวัง
6 smile smiled สไมล์ / สไมล์ด์ ยิ้ม
7 dance danced แดนซ์ / แดนซ์ท์ เต้น
8 change changed เชนจ์ / เชนจ์ด์ เปลี่ยน
9 decide decided ดีไซด์ / ดีไซเดด ตัดสินใจ
10 arrive arrived อะไรฟ์ / อะไรฟด์ มาถึง
11 believe believed บีลีฟ / บีลีฟด์ เชื่อ
12 continue continued คอนทินิว / คอนทินิวด์ ดำเนินต่อ
13 complete completed คอมพลีท / คอมพลีทเทด เสร็จสมบูรณ์
14 include included อินคลูด / อินคลูเดด รวมถึง
15 invite invited อินไวท์ / อินไวเทด เชิญ
16 divide divided ดีไวด์ / ดีไวเดด หาร / แบ่ง
17 produce produced โพรดิวซ์ / โพรดิวซ์ท์ ผลิต
18 introduce introduced อินโทรดิวซ์ / อินโทรดิวซ์ท์ แนะนำ (ตัว)
19 provide provided โพรไวด์ / โพรไวเดด ให้ / จัดหา
20 update updated อัพเดท / อัพเดทเทด อัปเดต
21 translate translated ทรานสเลท / ทรานสเลทเทด แปล
22 agree agreed อะกรี / อะกรีด์ เห็นด้วย
23 realize realized เรียลไลซ์ / เรียลไลซ์ด์ ตระหนัก
24 organize organized ออร์กาไนซ์ / ออร์กาไนซ์ด์ จัดระเบียบ
25 recognize recognized เร็คคอกไนซ์ / เร็คคอกไนซ์ด์ จำได้ / ยอมรับ

กลุ่มที่ 3: V1 ลงท้าย consonant + y → i + ed (15 คำ)

กริยาที่ลงท้าย y โดยหน้าเป็นพยัญชนะ ต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ed

# V1 V2 = V3 คำอ่าน ความหมาย
1 study studied สตัดดี้ / สตัดดีด์ เรียน / ศึกษา
2 cry cried คราย / ครายด์ ร้องไห้
3 try tried ทราย / ทรายด์ พยายาม / ลอง
4 carry carried แครี่ / แครีด์ ถือ / แบก
5 marry married แมรี่ / แมรีด์ แต่งงาน
6 hurry hurried เฮอรี่ / เฮอรีด์ รีบ
7 copy copied คอปปี้ / คอปปีด์ ก๊อปปี้ / คัด
8 worry worried วอรี่ / วอรีด์ กังวล
9 reply replied รีพลาย / รีพลายด์ ตอบ
10 apply applied อะพลาย / อะพลายด์ สมัคร / ทา
11 supply supplied ซัพพลาย / ซัพพลายด์ จัดส่ง
12 deny denied ดีไน / ดีไนด์ ปฏิเสธ
13 satisfy satisfied แซททิสไฟ / แซททิสไฟด์ พอใจ
14 identify identified ไอเดนทิไฟ / ไอเดนทิไฟด์ ระบุ
15 classify classified คลาสสิไฟ / คลาสสิไฟด์ จำแนก

กลุ่มที่ 4: V1 พยางค์เดียว vowel+consonant → ซ้ำพยัญชนะ + ed (10 คำ)

กริยาพยางค์เดียวที่ลงท้ายด้วย สระ + พยัญชนะ 1 ตัว ต้องซ้ำพยัญชนะตัวสุดท้าย

# V1 V2 = V3 คำอ่าน ความหมาย
1 stop stopped สตอพ / สตอพท์ หยุด
2 plan planned แพลน / แพลนด์ วางแผน
3 ban banned แบน / แบนด์ ห้าม
4 fit fitted ฟิท / ฟิทเทด พอดี
5 hop hopped ฮอพ / ฮอพท์ กระโดด
6 jog jogged จอก / จอกด์ วิ่งเหยาะ
7 chat chatted แชท / แชทเทด สนทนา
8 shop shopped ชอพ / ชอพท์ ช้อปปิ้ง
9 prefer preferred พรีเฟอร์ / พรีเฟอร์ด์ ชอบมากกว่า
10 occur occurred อะเคอร์ / อะเคอร์ด์ เกิดขึ้น

สรุป 100 Regular Verbs จัด 4 กลุ่ม

กฎ 1 (ทั่วไป + ed): 50 คำ — กลุ่มใหญ่สุด ครอบคลุมกริยาทั่วไป
กฎ 2 (-e + d): 25 คำ — กริยาที่ลงท้าย -e (live, like, love)
กฎ 3 (consonant+y → i+ed): 15 คำ — กริยาที่ลงท้ายพยัญชนะ+y (study, cry)
กฎ 4 (ซ้ำพยัญชนะ + ed): 10 คำ — กริยาพยางค์เดียว (stop, plan)

รวม 100 คำ ครอบคลุม Regular Verbs ที่ใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่

หากริยาเพิ่มเติม

• ดู Irregular Verbs 100 คำ ที่ หน้า Irregular Verbs
• ดู กริยาทั้งหมด 1,000+ คำ (รวม Regular + Irregular) ที่ หน้า A-Z ทุกตัวอักษร

D. การออกเสียง -ed ทั้ง 3 แบบ (/t/, /d/, /ɪd/)

คำที่ลงท้าย -ed มี การออกเสียง 3 แบบตามตัวอักษรท้ายของ V1 — รู้กฎจะออกเสียงถูกทุกคำในชีวิต

3 แบบการออกเสียง -ed — /t/, /d/, /ɪd/ พร้อมกฎและตัวอย่าง
3 เสียงของ -ed: /t/ หลังเสียงไร้เสียง / /d/ หลังเสียงมีเสียง / /ɪd/ หลัง t-d

เสียง /t/ — หลังพยัญชนะ "ไร้เสียง" (Voiceless)

ออกเสียง "ท์" (ไม่มีเสียงสระ) — ใช้หลังพยัญชนะที่ไม่สั่นเส้นเสียง

เงื่อนไข — V1 ลงท้ายด้วย: k, p, s, ch, sh, f, gh, x

  • worked = เวิร์คท์ (k → /t/)
  • helped = เฮลพท์ (p → /t/)
  • passed = พาสท์ (s → /t/)
  • watched = วอชท์ (ch → /t/)
  • washed = วอชท์ (sh → /t/)
  • laughed = ลาฟท์ (gh → /t/)
  • fixed = ฟิกซท์ (x → /t/)

เสียง /d/ — หลังสระ + พยัญชนะ "มีเสียง" (Voiced)

ออกเสียง "ด์" (ไม่มีเสียงสระ) — ใช้หลังสระและพยัญชนะที่สั่นเส้นเสียง

เงื่อนไข — V1 ลงท้ายด้วย: สระ, b, g, l, m, n, r, v, w, y, z

  • played = เพลด์ (สระ y → /d/)
  • lived = ลิฟด์ (v → /d/)
  • called = คอลลด์ (l → /d/)
  • opened = โอเพนด์ (n → /d/)
  • cleaned = คลีนด์ (n → /d/)
  • moved = มูฟด์ (v → /d/)
  • tried = ทรายด์ (สระ y → /d/)

เสียง /ɪd/ — หลัง t และ d เท่านั้น

ออกเสียง "อิด" (มีสระ ɪ + d) — เพิ่มเสียงพยางค์ขึ้นมา 1 พยางค์ — ใช้เฉพาะหลัง t/d เท่านั้น

เงื่อนไข — V1 ลงท้ายด้วย: t หรือ d

  • wanted = วอนเทด (t → /ɪd/)
  • needed = นีดเดด (d → /ɪd/)
  • visited = วิซิเทด (t → /ɪd/)
  • started = สตาร์เทด (t → /ɪd/)
  • ended = เอนเดด (d → /ɪd/)
  • decided = ดีไซเดด (d → /ɪd/)
  • added = แอดเดด (d → /ɪd/)

เคล็ดลับ — จำง่ายใน 5 วินาที

กฎเร็ว:
• V1 ลงท้าย t/d → /ɪd/ "อิด" (เพิ่มพยางค์)
• V1 ลงท้าย k, p, s, ch, sh, f → /t/ "ท์" (ไม่เพิ่มพยางค์)
• V1 ลงท้าย อย่างอื่น (สระ + พยัญชนะมีเสียง) → /d/ "ด์" (ไม่เพิ่มพยางค์)

ทดสอบ: ลองพูดออกเสียง "worked, lived, wanted" ดู — จะรู้สึกความต่างชัดเจน

E. 20 ตัวอย่างประโยค Regular Verbs ใช้จริง

ดูการใช้ Regular Verbs ใน 4 tense หลัก ที่เจอบ่อยที่สุด — Past Simple (V2), Present Perfect (V3), Past Perfect (V3), Passive Voice (V3)

หมวด 1: Past Simple (V2) — 5 ประโยค

# ประโยคอังกฤษ ความหมายไทย
1 I worked late yesterday. ฉันทำงานดึกเมื่อวาน
2 She visited her grandma last weekend. เธอไปเยี่ยมยายสุดสัปดาห์ก่อน
3 We watched a movie last night. เราดูหนังเมื่อคืน
4 He studied hard for the exam. เขาอ่านหนังสือสอบหนัก
5 They stopped at the cafe. พวกเขาหยุดที่คาเฟ่

หมวด 2: Present Perfect (have/has + V3) — 5 ประโยค

# ประโยคอังกฤษ ความหมายไทย
6 I have finished my homework. ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว
7 She has lived here for 5 years. เธออาศัยที่นี่ 5 ปีแล้ว
8 We have completed the project. เราเสร็จโครงการแล้ว
9 He has just arrived. เขาเพิ่งมาถึง
10 They have tried Thai food before. พวกเขาเคยลองอาหารไทย

หมวด 3: Past Perfect (had + V3) — 5 ประโยค

# ประโยคอังกฤษ ความหมายไทย
11 The meeting had already started when I arrived. ประชุมเริ่มแล้วตอนฉันมาถึง
12 She had cooked dinner before they came. เธอทำข้าวเย็นเสร็จก่อนพวกเขามา
13 We had planned the trip carefully. เราวางแผนทริปอย่างรอบคอบ
14 He had worked there for 10 years. เขาทำงานที่นั่น 10 ปี (ก่อนลาออก)
15 They had moved by the time we visited. พวกเขาย้ายไปแล้วตอนเราไปเยี่ยม

หมวด 4: Passive Voice (be + V3) — 5 ประโยค

# ประโยคอังกฤษ ความหมายไทย
16 The report was submitted yesterday. รายงานถูกส่งเมื่อวาน
17 The contract has been signed. สัญญาถูกเซ็นแล้ว
18 The package will be delivered tomorrow. พัสดุจะถูกส่งพรุ่งนี้
19 The book is being translated now. หนังสือกำลังถูกแปล
20 The new policy was announced last week. นโยบายใหม่ถูกประกาศสัปดาห์ก่อน

สังเกต — Regular Verbs ใช้รูป -ed เหมือนกันทั้ง V2 และ V3

ต่างจาก Irregular ที่ V2 และ V3 ผันคนละรูป — Regular Verbs สะดวกกว่ามาก เพราะV2 = V3 เสมอ
เช่น worked ใช้ได้ทั้ง Past Simple, Present Perfect, Past Perfect, Passive Voice — รูปเดียวจบ

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยกับ Regular Verbs

ผิด: ลืมเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ed

ผิด: I studyed hard. / She tryed her best.

ถูก: I studied hard. / She tried her best.

วิธีจำ: ถ้า V1 ลงท้าย consonant + y → ต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ed (กฎ 3) — ยกเว้นถ้าหน้า y เป็นสระ (play → played)

ผิด: ลืมซ้ำพยัญชนะใน Single-syllable verbs

ผิด: He stoped at the corner. / We planed a party.

ถูก: He stopped at the corner. / We planned a party.

วิธีจำ: V1 พยางค์เดียวลงท้าย vowel+consonant → ซ้ำพยัญชนะตัวสุดท้าย (กฎ 4)

ผิด: ออกเสียง -ed เป็น "เอด" หรือ "อิด" ทุกคำ

ผิด: worked = เวิร์คเอด (ออกเสียง -ed เต็ม)

ถูก: worked = เวิร์คท์ (k → /t/)

วิธีจำ: -ed มี 3 เสียง (/t/, /d/, /ɪd/) ขึ้นกับตัวอักษรท้าย V1 — ออกเสียง /ɪd/ เฉพาะหลัง t/d เท่านั้น

ผิด: เติม -ed กับ Irregular Verbs

ผิด: He goed home. / She runned fast.

ถูก: He went home. / She ran fast.

วิธีจำ: ห้ามเติม -ed กับ Irregular Verbs (go, run, see, take, eat) — ต้องใช้รูป V2 เฉพาะ ดู รายการ Irregular Verbs 100 คำ

ผิด: ใช้ -d แทน -ed กับคำที่ไม่ได้ลงท้าย -e

ผิด: I workd late. / She finishd early.

ถูก: I worked late. / She finished early.

วิธีจำ: เติมแค่ -d เฉพาะกริยาที่ลงท้าย -e (กฎ 2) เช่น live → lived, like → liked / กริยาทั่วไปต้องเติม -ed เต็ม

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: Regular Verbs คืออะไร และต่างจาก Irregular Verbs ยังไง?
ตอบ: Regular Verbs คือกริยาที่ผันรูป V2 และ V3 ตามกฎเติม -ed ที่ท้ายคำ เช่น work-worked-worked ส่วน Irregular Verbs ผันไม่ตามกฎ ต้องท่องจำ เช่น go-went-gone Regular Verbs มีประมาณ 80% ของกริยาทั้งหมด ใน Top 100 verbs มี Regular 54 คำ และ Irregular 46 คำ
ถาม: การเติม -ed มีกี่กฎ?
ตอบ: มี 4 กฎหลัก กฎ 1 V1 ทั่วไป + ed เช่น work-worked, กฎ 2 V1 ลงท้าย -e + d อย่างเดียว เช่น live-lived, กฎ 3 V1 ลงท้าย consonant + y เปลี่ยน y เป็น i + ed เช่น study-studied, กฎ 4 V1 พยางค์เดียว vowel + consonant ซ้ำพยัญชนะ + ed เช่น stop-stopped
ถาม: ทำไม play ไม่ต้องเปลี่ยน y เป็น i?
ตอบ: เพราะ play ลงท้ายด้วย y แต่หน้า y เป็นสระ (a) ดังนั้นเติม -ed ตรง ๆ play-played ไม่ต้องเปลี่ยน y เป็น i กฎ 3 ใช้เฉพาะกับคำที่หน้า y เป็นพยัญชนะ เช่น study (d+y), cry (r+y), try (r+y) ส่วนคำเช่น play (a+y), enjoy (o+y), stay (a+y) ใช้กฎ 1 เติม -ed ตรง ๆ
ถาม: การออกเสียง -ed มีกี่แบบ?
ตอบ: มี 3 แบบ เสียง /t/ ออกเสียงท์ ใช้หลังพยัญชนะไร้เสียง k p s ch sh f เช่น worked helped watched, เสียง /d/ ออกเสียงด์ ใช้หลังสระและพยัญชนะมีเสียง b g l m n r v เช่น lived played opened, เสียง /ɪd/ ออกเสียงอิด ใช้เฉพาะหลัง t และ d เช่น wanted needed visited starts decided
ถาม: ทำไมต้องซ้ำพยัญชนะใน stop → stopped?
ตอบ: เพราะ stop เป็นพยางค์เดียวที่ลงท้าย vowel + consonant (o+p) ตามกฎ 4 ต้องซ้ำพยัญชนะตัวสุดท้ายก่อนเติม -ed เพื่อรักษาเสียงสระให้คงเดิม ถ้าไม่ซ้ำเป็น stoped อาจอ่านเป็น สโตพ-เพด แทนที่จะเป็น สตอพท์ ตัวอย่างคำอื่น plan-planned, fit-fitted, hop-hopped
ถาม: Regular Verbs ใช้บ่อยใน TOEIC ไหม?
ตอบ: ใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะคำกริยาธุรกิจที่เป็น Regular เช่น submit submitted, complete completed, approve approved, cancel canceled, schedule scheduled, attend attended, confirm confirmed, postpone postponed มักจะออกในรูป Passive Voice (was/were + V3) เช่น The contract was signed The report has been submitted ออกข้อสอบ TOEIC ประมาณ 10-15 ข้อต่อชุด
ถาม: Regular Verbs มีคำไหนที่ V2 และ V3 ต่างกันไหม?
ตอบ: ไม่มี Regular Verbs ทุกคำ V2 และ V3 จะเหมือนกันเสมอ (เป็นรูป -ed เหมือนกัน) เช่น work-worked-worked, play-played-played, study-studied-studied นี่คือจุดเด่นของ Regular Verbs ที่ต่างจาก Irregular Verbs ซึ่งบางคำ V2 และ V3 ต่างกัน เช่น go-went-gone, eat-ate-eaten, see-saw-seen
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า