กริยา 3 ช่อง 1,000+ คำ V1 V2 V3 พร้อมคำแปลไทยและคำอ่าน

พิมพ์คำที่ต้องการหา — ระบบจะแนะนำกริยา 3 ช่องที่ใกล้เคียงให้ทันที

หรือลองคำยอดนิยม → Go · Draw · Have · Break · Buy

ตารางกริยา 3 ช่อง 1000+ คำ พร้อมคำแปลไทย  - V1 V2 V3 ครบ A-Z
กริยา 3 ช่อง
⚡ ตอบเร็ว 30 วินาที

กริยา 3 ช่อง คืออะไร?

กริยา 3 ช่อง คือ การผันรูปคำกริยาภาษาอังกฤษเป็น 3 รูปตามกาล (Tense) ได้แก่ ช่องที่ 1 (V1) รูปปัจจุบัน, ช่องที่ 2 (V2) รูปอดีต, และ ช่องที่ 3 (V3) รูป Past Participle ที่ใช้กับ Perfect Tense และ Passive Voice เช่น go - went - gone, eat - ate - eaten, see - saw - seen

1,000+ คำพร้อมคำแปลไทย
A-Z เรียงตามตัวอักษร
7 เทคนิคจำง่าย
FREE ดาวน์โหลด PDF

กริยา 3 ช่อง คืออะไร?

กริยา 3 ช่อง (Three Forms of Verb) คือ ระบบการผันรูปคำกริยาภาษาอังกฤษให้เปลี่ยนรูปตาม กาล (Tense) ของประโยค โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

กริยาทั้ง 3 ช่องใช้ตอนไหน?

ช่อง ชื่อเต็ม ใช้กับ Tense ตัวอย่าง
V1 Present (Base Form) Present Simple, Future I go to school
V2 Past Simple Past Simple I went to school
V3 Past Participle Perfect Tenses, Passive I have gone to school

💡 จำง่าย ๆ

V1 = ตอนนี้ · V2 = เมื่อวาน · V3 = เคย/ถูกกระทำ — ครอบคลุมการใช้งาน 90% ของประโยคทั่วไป

🎥 เรียนกริยา 3 ช่อง แต่ละช่องเอาไว้ทำอะไร โดย ดร.พี่นุ้ย (Nui English) — ครู Chulalongkorn ที่อธิบาย V1/V2/V3 ในรูปแบบจำง่าย

ตารางกริยา 3 ช่อง 1000+ คำ (A-Z)

ตัวอย่างตารางกริยา 3 ช่อง A-Z พร้อมคำแปลไทย รวม Irregular และ Regular Verbs
ตารางกริยา 3 ช่อง เรียง A-Z พร้อมคำแปลภาษาไทย — คลิกดูเต็ม 1,000+ คำ

ด้านล่างคือตัวอย่างกริยา 3 ช่องที่ใช้บ่อยที่สุด — สำหรับตารางครบทั้ง 1,000+ คำพร้อมคำแปลไทย ดูตารางเต็มที่นี่ →

V1 (Present) V2 (Past) V3 (Past Participle) คำแปล ประเภท
be was/were been เป็น/อยู่/คือ Irregular
have had had มี Irregular
do did done ทำ Irregular
go went gone ไป Irregular
eat ate eaten กิน Irregular
see saw seen เห็น Irregular
take took taken เอา/รับ Irregular
make made made ทำ/สร้าง Irregular
work worked worked ทำงาน Regular
play played played เล่น Regular

ประเภทของกริยา 3 ช่อง

กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามการผัน V2 และ V3:

1. Regular Verbs (กริยาผันปกติ)

กริยาที่ผัน V2 และ V3 โดยการเติม -ed ต่อท้าย เช่น

V1 V2 V3 คำแปล
walk walked walked เดิน
study studied studied เรียน
love loved loved รัก
cook cooked cooked ทำอาหาร

📚 อ้างอิงเพิ่มเติม: คู่มือ Regular Verbs และกฎเติม -ed ฉบับเต็มจาก Cambridge Dictionary — Regular Verbs (อังกฤษแบบบริติช) และตัวอย่างเปรียบเทียบจาก Merriam-Webster — Regular and Irregular Verbs (อังกฤษแบบอเมริกัน)

1.1 การออกเสียง -ed ใน Regular Verbs (กฎ 3 รูป)

กริยา Regular ที่เติม -ed ออกเสียงได้ 3 แบบ ขึ้นอยู่กับเสียงสุดท้ายของ V1:

เงื่อนไข (เสียงสุดท้ายของ V1) ออกเสียง -ed ตัวอย่าง
เสียง ไร้เสียง (voiceless): /p, k, f, s, ʃ, tʃ/ /t/ looked /lʊkt/, jumped /dʒʌmpt/, washed /wɒʃt/
เสียง มีเสียง (voiced): /b, g, v, z, dʒ, m, n, l, r/ และสระทุกตัว /d/ played /pleɪd/, listened /ˈlɪsənd/, loved /lʌvd/
เสียง /t/ หรือ /d/ /ɪd/ wanted /ˈwɒntɪd/, needed /ˈniːdɪd/, decided /dɪˈsaɪdɪd/

📝 เคล็ดลับ: วาง V1 ลงในประโยค พูดออกเสียง แล้วฟังว่าเสียงสุดท้ายเป็นแบบไหน — กฎจะเข้ามาอัตโนมัติ ไม่ต้องท่องทีละคำ

2. Irregular Verbs (กริยาผันไม่ปกติ)

กริยาที่ผัน V2 และ V3 ไม่ตามกฎ ต้องท่องจำ เช่น

V1 V2 V3 คำแปล
swim swam swum ว่ายน้ำ
begin began begun เริ่ม
write wrote written เขียน
break broke broken ทำลาย

📖 อ่านต่อ

เทคนิคจำ Irregular Verbs ตาม Pattern → จัดกลุ่มกริยาที่ผันคล้ายกันให้จำได้เร็วขึ้น 3 เท่า

🌐 รายการ Irregular Verbs ที่ครอบคลุมที่สุด: Wikipedia รวบรวมไว้ ครบกว่า 200 คำ พร้อมการสะกดแบบ British vs American — ใช้สำหรับเช็กรูป V2/V3 ที่ไม่แน่ใจ

2.1 การออกเสียง Irregular Verbs (5 รูปแบบที่จำง่าย)

Irregular Verbs ไม่ได้ผันแบบเติม -ed แต่มี 5 รูปแบบเสียงหลัก ที่ซ้ำกันในกริยาหลายสิบคำ — ถ้าจำเป็น "กลุ่มเสียง" จะจำง่ายกว่าจำเป็นรายคำ:

กลุ่ม 1 — เปลี่ยนสระ /ɪ/ → /æ/ → /ʌ/ (Ablaut คลาสสิก)
V1 /ɪ/ V2 /æ/ V3 /ʌ/ เสียงไทย (โดยประมาณ)
sing sang sung ซิง / แซง / ซัง
drink drank drunk ดริงค์ / แดร็งค์ / ดรังค์
swim swam swum สวิม / สแวม / สวัม
begin began begun บีกิน / บีแกน / บีกัน
ring rang rung ริง / แรง / รัง
กลุ่ม 2 — ลงท้าย /ɔːt/ ทั้ง V2 และ V3 (เขียน -ought/-aught)
V1 V2 = V3 เสียงไทย
buy bought / bought บอท
think thought / thought ธอท
bring brought / brought บรอท
fight fought / fought ฟอท
teach taught / taught ทอท
catch caught / caught คอท

📌 ระวัง: ตัว gh ใน bought, thought, taught ไม่ออกเสียง — เป็นตัวอักษรเงียบที่หลงเหลือจากภาษาอังกฤษเก่า

กลุ่ม 3 — V1 = V2 = V3 (รูปเดียวกันทั้ง 3 ช่อง — ออกเสียงเหมือนกัน)

cut /kʌt/, hit /hɪt/, put /pʊt/, let /lɛt/, set /sɛt/, shut /ʃʌt/, hurt /hɜːrt/, cost /kɒst/ — ออกเสียงเดียวกันทั้ง 3 ช่อง แต่ความหมายเปลี่ยนตาม Tense ของประโยค

กลุ่ม 4 — Heteronyms: เขียนเหมือน อ่านต่าง (ระวังพิเศษ)
V1 V2 V3 โน้ตการออกเสียง
read /riːd/ (รี้ด) read /rɛd/ (เร็ด) read /rɛd/ (เร็ด) เขียน read เหมือนกัน 3 ช่อง แต่ V2/V3 ออกเสียงเหมือน red
lead /liːd/ (ลี้ด) led /lɛd/ (เล็ด) led /lɛd/ (เล็ด) V2/V3 สะกดเปลี่ยนด้วย — ตัด a ออก
กลุ่ม 5 — สระยาว /oʊ/ ใน V2 (กลุ่ม drove/wrote/spoke)
V1 V2 (เสียง /oʊ/) V3
drive drove (โดรฟ) driven
write wrote (โรท) written
speak spoke (สโปก) spoken
break broke (โบรก) broken
choose chose (โชส) chosen
steal stole (สโตล) stolen

💡 เคล็ดลับการฝึกฟัง

เปิด Cambridge Dictionary หรือ YouGlish พิมพ์กริยาที่อยากฟัง — จะมีปุ่มออกเสียงทั้ง British (UK) และ American (US) ฟังและพูดตาม 3 ครั้ง จะจำเสียงได้แน่นกว่าจำตัวสะกด

วิธีจำกริยา 3 ช่อง (7 เทคนิค)

Infographic 7 เทคนิคจำกริยา 3 ช่อง — Pattern Grouping, Spaced Repetition, Phonetic Association
7 เทคนิคจำกริยา 3 ช่องที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ — ใช้เวลาเพียง 30 วันเห็นผล

การท่องจำกริยา 3 ช่องไม่ยากถ้ามีเทคนิคที่ใช่ — รวม 7 วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล:

  1. จัดกลุ่มตาม Pattern — รวมกริยาที่ผันคล้ายกัน เช่น sing/sang/sung, ring/rang/rung
  2. Spaced Repetition — ทบทวนทุก 1-3-7-14 วัน ตามหลักวิทยาศาสตร์การจำ
  3. Phonetic Association — เชื่อมโยงเสียงกับภาพในหัว
  4. เขียนซ้ำ — เขียนด้วยมือช่วยให้สมองจำได้ดีกว่าพิมพ์
  5. ใช้ในประโยคจริง — แต่งประโยคของตัวเอง 3 ตัวอย่างต่อคำ
  6. ดู Series ภาษาอังกฤษ — ฟังการใช้จริงจาก Netflix/YouTube
  7. เล่นเกมทบทวน — ใช้แอปอย่าง WordyGuru ทบทวนวันละ 10 นาที

ตัวอย่างประโยคใช้จริง

แผนภูมิเวลา V1 V2 V3 แสดงการใช้กริยา 3 ช่องตามกาลปัจจุบัน อดีต และ Past Participle
Timeline แสดงการใช้ V1 V2 V3 ตามแต่ละ Tense — เห็นภาพชัดในวินาทีเดียว

มาดูการใช้กริยา 3 ช่องในประโยคจริง 3 รูปแบบ:

📌 V1 — Present Simple (ปัจจุบัน)

V1 (รูปฐาน / Base form) ใช้กับ Tense ปัจจุบัน 4 ตัวหลัก และในประโยคคำสั่ง / หลัง Modal verbs:

  • Present Simple — ความจริงทั่วไป / นิสัย: I eat rice every day (เปลี่ยนเป็น eats เมื่อประธานเป็น 3rd person singular: he/she/it)
  • Present Continuous — กำลังเกิด: I am eating (V1 + -ing เป็น present participle — ไม่ใช่ V3)
  • Present Perfect Continuous — เริ่มในอดีตและยังเกิดอยู่: I have been eating for an hour
  • Future Simple — จะเกิดในอนาคต: I will eat later (หลัง will, shall, can, may, must, should, would ใช้ V1 เสมอ)
  • Imperative — ประโยคคำสั่ง: Eat your vegetables!
  • Subjunctive — ประโยคแสดงความปรารถนา: I suggest that he eat more (ใช้รูปฐานแม้ประธานเป็น 3rd person singular)

📌 V2 — Past Simple (อดีต)

V2 (รูปอดีต / Past Simple form) ใช้ใน Tense อดีต 1 ตัวหลัก และในโครงสร้าง "สมมุติ / ไม่จริง" หลายแบบที่ใช้รูปอดีตแต่หมายถึงปัจจุบัน:

  • Past Simple — เกิดและจบในอดีต: I ate rice yesterday (ใช้กับ yesterday, ago, last week, in 2020 ฯลฯ)
  • Past Continuous (เป็น auxiliary) — อะไรกำลังเกิดเมื่อก่อน: I was eating when she called (V2 ของ be คือ was/were)
  • Conditional Type 2 — สมมุติสิ่งที่ไม่จริงในปัจจุบัน: If I knew the answer, I would tell you (ใช้รูปอดีตในประโยค if-clause แม้ความหมายคือ "ตอนนี้")
  • I wish + V2 — ปรารถนาสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริงปัจจุบัน: I wish I spoke French (= ฉันอยากพูดฝรั่งเศสได้ตอนนี้ แต่ในความเป็นจริงพูดไม่ได้)
  • As if / As though + V2 — เปรียบเทียบเหมือนแต่ไม่จริง: He acts as if he knew everything (= เขาทำตัวเหมือนรู้ทุกอย่าง แต่ความจริงไม่ได้รู้)
  • It's (high/about) time + V2 — ถึงเวลาที่ควรทำแล้ว: It's time we left (= ถึงเวลาที่เราควรไปแล้ว)

📌 V3 — Present Perfect / Passive (เคย / ถูกกระทำ)

V3 (รูป Past Participle) เป็น รูปที่ใช้บ่อยที่สุด ของกริยา 3 ช่อง — ครอบคลุม Perfect Tenses, Passive Voice ทุกชนิด, และยังใช้เป็น Adjective ได้ด้วย:

  • Present Perfect — เกิดแล้วต่อเนื่องถึงปัจจุบัน / มีประสบการณ์: I have eaten sushi before (สูตร: have/has + V3)
  • Past Perfect — เกิดก่อนอีกเหตุการณ์ในอดีต: She had finished dinner before he arrived (สูตร: had + V3)
  • Future Perfect — จะเสร็จก่อนเวลาในอนาคต: I will have graduated by 2027 (สูตร: will have + V3)
  • Passive Voice — ถูกกระทำ — ใช้ได้ทุก Tense:
    • Present: The cake is baked by mom (is/are/am + V3)
    • Past: The window was broken last night (was/were + V3)
    • Perfect: The job has been done (have/has been + V3)
    • Future: It will be finished tomorrow (will be + V3)
    • Modal: It must be paid today (modal + be + V3)
  • Adjective use — V3 เป็นคุณศัพท์ขยายคำนาม: a broken vase, the fallen leaves, a written exam
  • Reduced relative clauses — ตัด that was/were ออก: The book written by Tolkien (= The book that was written by Tolkien)
  • Causative "have/get something done" — ให้คนอื่นทำให้: I had my hair cut (= ตัดผม โดยไม่ได้ตัดเอง) หรือ I got my car fixed

💡 ทำไม V3 ใช้บ่อยที่สุด?

นับรวม Tenses + Passive + Adjective + ประโยครีดวอช → V3 ปรากฏใน โครงสร้างกว่า 12 แบบ (V1 มี ~6 แบบ · V2 มี ~6 แบบ) — ถ้าจำได้แค่ช่องเดียว V3 คือช่องที่คุ้มที่สุด

📊 ตารางกริยา 3 ช่อง 50 คำที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมเสียงอ่าน

นี่คือ 50 คำกริยา 3 ช่อง ที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ — ครอบคลุมประมาณ 70% ของบทสนทนาในชีวิตประจำวัน คลิกที่ช่องคำอังกฤษคำใดก็ได้เพื่อฟังเสียงอ่าน (ใช้งานได้บน Chrome, Safari, Edge ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ) ฝึกซ้ำหลาย ๆ รอบจะช่วยให้จำการออกเสียงและรูปคำได้พร้อมกัน

V1 (Present) V2 (Past) V3 (Past Participle) คำแปลไทย
be was, were been เป็น / อยู่ / คือ
have had had มี
do did done ทำ
say said said พูด, กล่าว
go went gone ไป
get got gotten ได้, ได้รับ
make made made ทำ, สร้าง
know knew known รู้, ทราบ
take took taken เอา, รับ
see saw seen เห็น
come came come มา
think thought thought คิด
give gave given ให้
find found found พบ, เจอ
tell told told บอก
become became become กลายเป็น
show showed shown แสดง
leave left left จาก, ทิ้งไว้
feel felt felt รู้สึก
put put put วาง
bring brought brought นำมา
begin began begun เริ่ม
keep kept kept เก็บ, รักษา
hold held held ถือ
write wrote written เขียน
stand stood stood ยืน
hear heard heard ได้ยิน
let let let อนุญาต, ให้
mean meant meant หมายถึง
set set set ตั้ง, จัด
meet met met พบ, เจอ
run ran run วิ่ง
pay paid paid จ่าย
sit sat sat นั่ง
speak spoke spoken พูด
lead led led นำพา
read read read อ่าน (ออกเสียงต่างกัน V1=รีด V2/V3=เร็ด)
grow grew grown เติบโต, ปลูก
lose lost lost สูญเสีย, แพ้
fall fell fallen ตก, ล้ม
send sent sent ส่ง
build built built สร้าง, ก่อ
understand understood understood เข้าใจ
draw drew drawn วาด, ดึง
break broke broken แตก, หัก
spend spent spent ใช้, ใช้เวลา
cut cut cut ตัด
rise rose risen ขึ้น, ลุกขึ้น
drive drove driven ขับรถ
buy bought bought ซื้อ

50 คำนี้ครอบคลุมเนื้อหาบทสนทนาส่วนใหญ่แล้ว แต่ถ้าต้องการระดับ TOEIC / IELTS / TOEFL หรือเตรียมสอบมหาวิทยาลัย แนะนำให้จำเพิ่มอีก 250–500 คำ โดยเริ่มจาก ตารางครบ A-Z 1000+ คำ

🔄 V1 V2 V3 ใช้กับ Tense อะไรบ้าง? (สรุปความสัมพันธ์)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: กริยา 3 ช่อง ≠ Tense — แต่กริยา 3 ช่องคือวัตถุดิบที่ใช้ประกอบ Tense ตารางต่อไปนี้สรุปความสัมพันธ์ระหว่าง V1 / V2 / V3 กับ 12 Tense หลักในภาษาอังกฤษ — ดูเพื่อจะรู้ว่า "เมื่อไรต้องใช้ V1, เมื่อไรต้องเปลี่ยนเป็น V2, V3"

Tense โครงสร้าง ใช้กริยาช่องไหน? ตัวอย่าง
Present Simple (ปัจจุบันธรรมดา) S + V1 / V1+s V1 I eat rice every day.
Present Continuous (ปัจจุบันกำลังทำ) S + is/am/are + V1+ing V1+ing She is eating now.
Present Perfect (ปัจจุบันเคย/เพิ่ง) S + have/has + V3 V3 I have eaten already.
Present Perfect Continuous S + have/has been + V1+ing V1+ing (V3 ของ be) I have been eating for an hour.
Past Simple (อดีตธรรมดา) S + V2 V2 I ate rice yesterday.
Past Continuous (อดีตกำลังทำ) S + was/were + V1+ing V1+ing I was eating when she called.
Past Perfect (อดีตที่ทำเสร็จก่อน) S + had + V3 V3 I had eaten before they came.
Past Perfect Continuous S + had been + V1+ing V1+ing I had been eating for 30 minutes.
Future Simple (อนาคตธรรมดา) S + will + V1 V1 I will eat dinner soon.
Future Continuous S + will be + V1+ing V1+ing I will be eating at 7 pm.
Future Perfect S + will have + V3 V3 I will have eaten by then.
Passive Voice (กรรมวาจก) S + be + V3 V3 The cake was eaten by him.

🎓 ต้องการเจาะลึก Tense แต่ละชนิด? BBC Learning English — Tense Course (Intermediate) มีบทเรียนวิดีโอฟรี + แบบฝึกหัดสำหรับแต่ละ Tense

สรุปง่าย ๆ:

  • ใช้ V1 กับ Present Simple, Future (will/shall)
  • ใช้ V2 กับ Past Simple เท่านั้น
  • ใช้ V3 กับ Perfect Tenses (have/had/will have) และ Passive Voice (be + V3)
  • ใช้ V1+ing กับ Continuous Tenses ทุกตัว

หากต้องการเจาะลึก Tense แต่ละตัว ดูได้ที่ Present Perfect have/has + V3, Past Simple V2 5 Use Cases, Passive Voice be + V3

⚠️ กริยา 3 ช่อง ที่ผันแปลก-ซ้ำ ที่นักเรียนไทยมักผิด

กริยาบางคำในภาษาอังกฤษผันแปลกในรูปแบบที่หลอกตา — เขียนเหมือนกันทุกช่องบ้าง คล้ายคำอื่นบ้าง หรือออกเสียงต่างกันแม้สะกดเหมือนกัน 3 กลุ่มต่อไปนี้คือกับดักที่นักเรียนไทยพลาดบ่อยที่สุด:

1. กริยาผันซ้ำทั้ง 3 ช่อง (V1 = V2 = V3)

กริยากลุ่มนี้มีรูปสะกดเหมือนกันทั้งสามช่อง ทำให้ดูเหมือนเป็น Regular Verb ที่ลืมเติม -ed แต่จริง ๆ ไม่ต้องเติมอะไรเลย — รูปเดียวใช้ได้ทั้ง Present, Past, และ Past Participle

V1 V2 V3 คำแปล
cut cut cut ตัด
put put put วาง
set set set ตั้ง
hit hit hit ตี, กระแทก
let let let อนุญาต
cost cost cost ราคา, ต้นทุน
hurt hurt hurt เจ็บ, ทำเจ็บ
shut shut shut ปิด
burst burst burst ระเบิด, ปะทุ
spread spread spread กระจาย, แผ่

เคล็ดลับจำ: สังเกตว่ากริยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีพยางค์เดียว ลงท้ายด้วยพยัญชนะ (t, d, st) — ถ้าเจอกริยาพยางค์เดียวกลุ่มนี้ในข้อสอบ ลองเขียนรูปเดิมไม่ต้องเปลี่ยนรูปก่อน

2. กริยา read — เขียนเหมือน อ่านต่าง (Heteronyms)

คำว่า read เป็นกับดักคลาสสิก: ทั้ง 3 ช่องสะกดเหมือนกัน R-E-A-D แต่ออกเสียงต่างกัน:

รูป สะกด ออกเสียง ตัวอย่างประโยค
V1 read /riːd/ (รีด — สระยาว) I read books every day.
V2 read /rɛd/ (เร็ด — สระสั้น) I read a book yesterday.
V3 read /rɛd/ (เร็ด — สระสั้น) I have read 100 books.

การจะรู้ว่ากำลังพูดถึงรูปไหนต้องดูบริบท — เช่น มี yesterday = V2, มี have = V3, ไม่มีตัวบอกเวลาผ่าน + ปัจจุบัน = V1 คลิกที่ช่องเสียงด้านบนเพื่อเปรียบเทียบเสียงทั้ง 3 รูป

3. กริยาคู่ที่สับสน (Confusing Pairs)

คู่กริยาด้านล่างเป็นกับดักที่หลอกแม้กระทั่งคนเก่งภาษาอังกฤษ — รูปคล้ายกัน ความหมายต่าง ผันต่าง:

V1 V2 V3 ความหมาย เคล็ดจำ
lie lay lain นอน, เอนกาย (ไม่มีกรรม) "ฉันนอน" = ทำเอง
lay laid laid วาง (มีกรรม) "ฉันวางของ" = วางสิ่งของ
rise rose risen ขึ้น, ลุกขึ้น (ไม่มีกรรม) "ดวงอาทิตย์ขึ้นเอง"
raise raised raised ยกขึ้น, เลี้ยง (มีกรรม) "ฉันยกมือขึ้น"
fall fell fallen ตก, ล้ม คล้าย feel แต่ไม่ใช่
feel felt felt รู้สึก คล้าย fall แต่ไม่ใช่
find found found พบ, เจอ คล้าย found (ก่อตั้ง)
found founded founded ก่อตั้ง เป็น Regular Verb แม้รูป V1 จะเหมือน V2/V3 ของ find

กฎจำง่าย ๆ สำหรับคู่ lie/lay และ rise/raise:

  • ถ้าประธานทำเองไม่มีกรรม (intransitive) → ใช้ lie / rise
  • ถ้าประธานกระทำต่อสิ่งของมีกรรม (transitive) → ใช้ lay / raise

🇬🇧 vs 🇺🇸 รูปกริยา British vs American — เมื่อไหร่ที่ต่างกัน

กริยา 3 ช่องบางตัวสะกดได้สองแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใช้ British English (ที่หลักสูตรไทยมักสอน) หรือ American English (ที่เห็นในหนัง Netflix และข้อสอบ TOEIC):

V1 V2 (BrE) V2 (AmE) V3 (BrE) V3 (AmE)
burn burnt / burned burned burnt / burned burned
dream dreamt / dreamed dreamed dreamt / dreamed dreamed
learn learnt / learned learned learnt / learned learned
spell spelt / spelled spelled spelt / spelled spelled
spoil spoilt / spoiled spoiled spoilt / spoiled spoiled
get got got got gotten / got
dive dived dove / dived dived dived

💡 จดจำง่าย ๆ

ถ้าไม่แน่ใจในข้อสอบไทย → เลือก BrE (เช่น burnt, learnt). ถ้าใช้ในการสนทนา / Netflix / TOEIC → ปลอดภัยที่สุดคือ regular form ลงท้ายด้วย -ed (เช่น burned, learned) — ใช้ได้ทั้งสองแบบ

🎯 ฝึกผันกริยา 3 ช่องด้วยตัวเอง — มินิควิซ

ทดสอบความเข้าใจกริยา 3 ช่องของคุณด้วย 5 ข้อ 4 ตัวเลือก — ครอบคลุม Irregular Verbs, V2 vs V3, รูปคำที่สะกดเหมือนแต่ออกเสียงต่าง, กริยาผันซ้ำ และคู่กริยาที่สับสน เลือกคำตอบ ระบบจะบอกถูกผิดทันที จบแล้วถ้าอยากฝึกเพิ่ม คลิกลิงก์ด้านล่างของควิซเพื่อทำชุดเต็มต่อ

ข้อ 1/5

กริยา 3 ช่องของคำว่า 'go' คือ?

ถ้าทำครบ 5 ข้อแล้วยังอยากฝึกต่อ — เรามีชุดควิซเต็มกว่านี้ที่ ทดสอบความรู้กริยา 3 ช่อง — ชุดเต็ม ครอบคลุมกริยา Regular และ Irregular Verbs ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน การเรียน และการสอบ TOEIC/IELTS การทำควิซต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะช่วยให้สมองย้ายข้อมูลจาก Short-term Memory เป็น Long-term Memory ตามหลัก Spaced Repetition ที่กล่าวไว้ในหัวข้อ "วิธีจำกริยา 3 ช่อง 7 เทคนิค" ด้านบน

ดาวน์โหลด PDF ฟรี

ตัวอย่างไฟล์ PDF กริยา 3 ช่อง 1000  คำ และ Worksheet ฝึกทำเอง 5 ชุด ดาวน์โหลดฟรี
PDF กริยา 3 ช่อง 1000+ คำ + Worksheet 5 ชุด — ดาวน์โหลดฟรีไม่ต้องสมัครสมาชิก

เรารวบรวมไฟล์ PDF กริยา 3 ช่องครบ 1000+ คำ พร้อม Worksheet ฝึกทำเอง — ดาวน์โหลดฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

Worksheet ฝึกทำเอง (5 ชุด)

แบบฝึกหัดกริยา 3 ช่อง 5 ระดับ พร้อมเฉลย เหมาะสำหรับครู/นักเรียน

ดาวน์โหลด Worksheet(5 ชุดแบบฝึกหัด)

File type: PDF | Size: 0.4 MB

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กริยา 3 ช่อง มีกี่ประเภท?
ตอบ: กริยา 3 ช่องแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ Regular Verbs (กริยาผันปกติ — เติม -ed) และ Irregular Verbs (กริยาผันไม่ปกติ — ต้องท่องจำ) ในภาษาอังกฤษมี Irregular Verbs ที่ใช้บ่อยประมาณ 200 คำ ส่วน Regular Verbs มีนับพันคำ
ถาม: ต้องจำกริยา 3 ช่องกี่คำถึงพอใช้?
ตอบ: สำหรับการสนทนาทั่วไป จำ 100 คำที่ใช้บ่อยก็เพียงพอ (ครอบคลุม 80% ของบทสนทนา) สำหรับสอบ TOEIC/IELTS แนะนำจำ 300-500 คำ และถ้าต้องการระดับ Advanced ควรจำ 800+ คำ
ถาม: V3 ใช้ตอนไหน?
ตอบ: V3 (Past Participle) ใช้ใน 2 กรณีหลัก คือ (1) Perfect Tenses เช่น I have eaten, She had gone และ (2) Passive Voice เช่น The cake was baked by mom นอกจากนี้ V3 ยังใช้เป็น Adjective ได้ด้วย เช่น a broken heart
ถาม: กริยา 3 ช่องที่ต้องรู้ก่อนสอบ TOEIC มีอะไรบ้าง?
ตอบ: กริยา 3 ช่องที่พบบ่อยในข้อสอบ TOEIC ได้แก่ make, take, give, get, find, become, leave, bring, begin, choose และอีกมากมาย
ถาม: วิธีจำกริยา 3 ช่องแบบไหนดีที่สุด?
ตอบ: วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการจัดกลุ่มตาม Pattern + Spaced Repetition ทบทวนทุก 1-3-7-14 วัน วิธีนี้ทำให้สมองย้ายข้อมูลจาก Short-term Memory เป็น Long-term Memory ได้มีประสิทธิภาพ
ถาม: กริยา 3 ช่อง pdf ดาวน์โหลดได้ที่ไหน?
ตอบ: WordyGuru มี PDF กริยา 3 ช่อง 1000+ คำพร้อมคำแปลไทย และ Worksheet 5 ชุด ดาวน์โหลดฟรีไม่ต้องสมัครสมาชิก ดูได้ที่ส่วนดาวน์โหลด PDF ฟรีในหน้านี้
ถาม: Regular Verbs เติม -ed มีกฎอย่างไร?
ตอบ: กฎการเติม -ed มี 4 ข้อ: (1) ทั่วไปเติม -ed เช่น work → worked (2) ลงท้าย e เติม -d เช่น love → loved (3) ลงท้ายพยัญชนะ + y เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -ed เช่น study → studied (4) คำพยางค์เดียวพยัญชนะ-สระ-พยัญชนะ ซ้ำพยัญชนะตัวสุดท้าย เช่น stop → stopped
ถาม: กริยา 3 ช่อง ต่างจาก Tense อย่างไร?
ตอบ: กริยา 3 ช่องคือรูปคำกริยา ส่วน Tense คือโครงสร้างประโยค Tense จะเลือกใช้กริยาช่องไหนตามกาล เช่น Past Simple ใช้ V2, Present Perfect ใช้ have/has + V3, Passive Voice ใช้ be + V3
ถาม: เด็ก ป.4-ม.6 ควรจำกริยา 3 ช่องกี่คำ?
ตอบ: ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ: ป.4-6 ควรรู้ 50 คำพื้นฐาน, ม.1-3 ควรรู้ 150-200 คำ, ม.4-6 ควรรู้ 300-500 คำ และผู้ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยควรรู้ 500+ คำ
ถาม: กริยา 3 ช่องที่ผันแปลก-ซ้ำกันทั้ง 3 ช่อง มีคำอะไรบ้าง?
ตอบ: กริยา 3 ช่องที่ผันซ้ำกันทั้ง 3 ช่อง (V1 = V2 = V3) ที่นักเรียนมักผันผิดเพราะคิดว่าต้องเปลี่ยนรูป ได้แก่ cut/cut/cut, put/put/put, hit/hit/hit, set/set/set, let/let/let, cost/cost/cost, hurt/hurt/hurt, shut/shut/shut, burst/burst/burst, spread/spread/spread นอกจากนี้คู่กริยาที่สับสนบ่อยคือ lay/laid/laid (วาง — มีกรรม) vs lie/lay/lain (นอน — ไม่มีกรรม) ต้องสังเกตว่ามีกรรมหรือไม่ และคำว่า read สะกดเหมือนกันทั้ง 3 ช่องแต่ออกเสียงต่างกัน V1 = รีด, V2/V3 = เร็ด

หมายเหตุ:

  • * ข้อมูลกริยา 3 ช่องในเว็บนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือทั้งจาก Oxford Dictionary และ Cambridge Dictionary
  • ** เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้เรียนระดับประถม-มัธยม-มหาวิทยาลัย และผู้ที่เตรียมสอบ TOEIC, IELTS, TOEFL
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า
จำนวนผู้ให้คะแนน: 46   คะแนนเฉลี่ย: 4.4